กรุงเทพฯ/บรัสเซลล์ 22 กันยายน 2551 : ประเทศไทยต้องยึดมั่นในแก้ไขปัญหา ตามวิถีทางประชาธิปไตยและอย่างสันติ ในการแสวงหาทางออกจากวิกฤตการเมือง
“ประเทศไทย: ลดอุณหภูมิวิกฤตการเมือง” (Thailand: Calming the Political Turmoil) เป็นรายงานชิ้นล่าสุด จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ซึ่งได้วิเคราะห์การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เรียกร้องให้รัฐบาล นำโดยพรรคพลังประชาชน ลงจากอำนาจ หลังจากพรรคนี้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเก้าเดือนที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างกลุ่มที่ต่อต้าน และสนับสนุนรัฐบาล ได้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน มีความวิตกว่า สถานการณ์ความวุ่นวาย อาจจะ นำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
“การล้มรัฐบาล ไม่ว่าจะด้วยการชุมนุมประท้วง หรือการก่อรัฐประหาร จะสร้างผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย” รุ่งรวี เฉลิม ศรีภิญโญรัช นักวิเคราะห์ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ประจำประเทศไทยกล่าว “มันจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่กำลังสร้างความแตกแยกอย่างรุนแรงในประเทศไทย ในขณะนี้”
สิ่งที่มีความสำคัญเร่งด่วนขณะนี้ คือการดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มิใช่เพราะว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น สมบูรณ์และปราศจากข้อผิดพลาด หากแต่เป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเสถียรภาพของประเทศ ชนชั้นนำของไทยควรจะหยุดส่งสัญญาณอันคลุมเครือ และแสดงการสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาไว้ซึ่งหลักแห่งกฎหมาย กลุ่มพันธมิตรฯ ควรจะเลิกการยึดทำเนียบรัฐบาล ผู้นำทหารระดับสูงควรจะเข้าไปมีบทบาท ในการเจรจากับพันธมิตรฯ นอกเหนือจากการเจรจาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรจะวางมาตรการเป็นขั้นเป็นตอน ในการจัดการให้กลุ่มพันธมิตรออกจากทำเนียบฯ โดยไม่ใช้ความรุนแรง
รัฐธรรมนูญปี 2550 นี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งร่างขึ้นโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่คัดเลือกโดยคณะรัฐประหาร ได้ให้อำนาจกับระบบราชการและศาลมากเกินไป ในการระงับการดำเนินการของรัฐบาล กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญ กล่าวคือ การหาสมดุลระหว่างการสร้างกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และการให้อำนาจกับรัฐบาล ในระดับที่เหมาะสม ที่จะไม่ทำให้ รัฐบาล ตกอยู่ในสภาพพิการและปฏิบัติหน้าที่ใดๆ แทบไม่ได้
“ประเทศไทยนั้น มักจะถูกมองว่า เป็นแบบอย่างของระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาค ประชาคมโลกควรจะติดตามอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะกลับไปสู่ระบอบการปกครองโดยทหาร หรือชนชั้นนำอีกหรือไม่” นายจอห์น เวอร์โก้ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป กล่าว “เพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน ควรที่จะส่งสัญญาณเตือนว่า พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ หากเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น