http://board.sae-dang.com/OpenMessages.php?no=59759
ใครจะทราบบ้างว่า นายกฯ สมชาย ออกมาจากรัฐสภาได้อย่างไร
...นายกฯ ฝากขอบใจ "นักรบพระเจ้าตาก" ที่อาสาแหวก วงล้อม พา นายกฯฯ ออกจากทำเนียบ ท่านออกมาได้ อีกไม่กี่นาที การสลายม๊อบเพื่อเอา ส.ส. ที่เหลือออกมา ใครอยากเห็น "นักรบพระเจ้าตาก"...ไปดูรอบสนามหลวง โดยเฉพาะด้านทิศเหนือ เมื่อกี๋จับพันธมิตรได้ 2-3 คน จับถอดเสื้อเหลืองปล่อยตัวไปแล้ว
เจ้าของกระทู้คุณ : อาแดง เขียนเมื่อ : 07/10/2551 เวลา 15:54:03
รู้จัก "นักรบพระเจ้าตาก" หรือยัง
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551
สำหรับ วิศาล ศิษย์สำออย
บทเพลงคลายเครียด สำหรับ วิศาล ศิษย์สำออย
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7062200/P7062200.html
เพลง "วิศาลครับ"
วิศาลครับ สวัสดีครับวิศาลครับ
จำชูวิทย์คนนี้ได้ก่อ จำได้บ่ได้ก็บอกมา
วิศาลครับ ตอนนี้พี่วิทย์เป็นมวยแล้วครับ
มีสมิงขาวมาช่วยหัด ฝึกยัดตีนลูบปากสื่อเลว ... ล๊า ลา
( * ) เจอกันช่อง 3 ไฟท์ครั้งก่อน พี่วิทย์ยังละอ่อน และไม่แกร่ง
ชกเป็นมวยวัด ตีนยัดปากไม่เต็มแรง อยากจะนัดน้องศาลล้างตา
พี่วิทย์ครับ ตอนนี้ศาลหายซ่าแล้วครับ
ศาลขอหายหน้าบ่มาอีก บ่อยากถูกถีบศอกแล้วหละ ซ้ำ ( * )
บ่ อยากถูกถีบศอกแล้วหละ
บ่ อยากถูกถีบศอกแล้วหละ
(ขอบคุณและขออภัย ผู้แต่งเพลง "พี่สาวครับ" คุณจรัล มโนเพชร ผู้ลาลับไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)
จากคุณ : จอห์น นอนเล่น
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7062200/P7062200.html
เพลง "วิศาลครับ"
วิศาลครับ สวัสดีครับวิศาลครับ
จำชูวิทย์คนนี้ได้ก่อ จำได้บ่ได้ก็บอกมา
วิศาลครับ ตอนนี้พี่วิทย์เป็นมวยแล้วครับ
มีสมิงขาวมาช่วยหัด ฝึกยัดตีนลูบปากสื่อเลว ... ล๊า ลา
( * ) เจอกันช่อง 3 ไฟท์ครั้งก่อน พี่วิทย์ยังละอ่อน และไม่แกร่ง
ชกเป็นมวยวัด ตีนยัดปากไม่เต็มแรง อยากจะนัดน้องศาลล้างตา
พี่วิทย์ครับ ตอนนี้ศาลหายซ่าแล้วครับ
ศาลขอหายหน้าบ่มาอีก บ่อยากถูกถีบศอกแล้วหละ ซ้ำ ( * )
บ่ อยากถูกถีบศอกแล้วหละ
บ่ อยากถูกถีบศอกแล้วหละ
(ขอบคุณและขออภัย ผู้แต่งเพลง "พี่สาวครับ" คุณจรัล มโนเพชร ผู้ลาลับไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)
จากคุณ : จอห์น นอนเล่น
สื่อเลว
ในเว็บไซต์พันทิปมีการตั้งกระทู้ถาม อย่างข้องใจว่า ทำไมเว็บไซต์ผู้จัดการ ถึงไม่สนใจข่าว “พระเทพฯบริจาคเงินช่วย 4ขรก.บัวแก้ว” โดยไม่มีแจ้งแม้แต่ตัวอักษรเดียว...นี่หรือสื่อไทย… (http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7060024/P7060024.html)
“เมื่อสักครู่ได้เข้าไปหาดูข่าวของสมเด็จพระเทพฯ ที่หลายๆ สื่อลงเหมือนกัน...ว่า พระองค์ท่านทรงบริจาคเงินช่วยเหลือค่าทนายแก่จำเลย...คือขรก. บัวแก้ว...ในกรณี ที่พธม..ฟ้องเรื่องเขาพระวิหาร..ว่าจะลองหาดูซิว่าสื่อที่บอกว่า เป็นกลาง (หลอกๆ)..ที่ตั้งหน้าตาโปรโมทแต่ เรียลริตี้โชว์ในทำเนียบฯ..และปั้นข่าวจริงปนเท็จเอาคละกัน ไว้หลอกสายตาพี่น้องประชาชน..จะให้ความสำคัญกับข่าวนี้มั้ย
ปรากฏว่า ไม่มีจริงๆอย่างที่คิดไว้ แถมเพื่อนยังโทรมาบอกให้เช็คข่าวกรณี “อัญชลี ไพรีรัก” รายงานข่าวนี้แบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย แต่ผมขอเช็คข้อมูลก่อนแล้ว เดี๋ยวจะเอามาแจ้งให้ทราบว่า อัญชลี รายงานข่าวไม่เหมาะสมว่ายังไงบ้าง...นี่แหละครับอยากจะเอามาบอกกับพี่น้องประชาชนชาวราชดำเนิน ว่าไอ้สื่อแบบนี้มันต้องการความแตกแยกมากขนาดไหน...เรื่องดีๆแบบนี้ควรจะลง แต่คงเห็นว่าถ้าลงแล้วเดี๋ยวเกิดผลในทางลบกับความรู้สึกของสาวกตัวเองเลย เลือกที่จะไม่ให้ความสำคัญ...ใครหาเจอข่าวนี้ใน “แมเนเจอร์” ช่วยหาหน่อยผมหาไม่เจอครับ
สำหรับข่าวดังกล่าว "ไทยอินไซเดอร์" และสื่อนสพ.หลักหลายแห่ง อาทิ เดลินิวส์-ข่าวสด-คมชัดลึก-กรุงเทพธุรกิจ ได้ลงข่าวดังกล่าว ว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงิน สำหรับหรับช่วยเหลือข้าราชการทั้ง 4 คน ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และเป็นมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 4 ตลอดจนสมาชิกสโมสรสราญรมย์ทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและข้าราชการอีก 3 คน ได้กราบบังคมทูลฯ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ในระหว่างส่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังราชอาณาจักรสเปน เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย. 2551 แล้ว
“เมื่อสักครู่ได้เข้าไปหาดูข่าวของสมเด็จพระเทพฯ ที่หลายๆ สื่อลงเหมือนกัน...ว่า พระองค์ท่านทรงบริจาคเงินช่วยเหลือค่าทนายแก่จำเลย...คือขรก. บัวแก้ว...ในกรณี ที่พธม..ฟ้องเรื่องเขาพระวิหาร..ว่าจะลองหาดูซิว่าสื่อที่บอกว่า เป็นกลาง (หลอกๆ)..ที่ตั้งหน้าตาโปรโมทแต่ เรียลริตี้โชว์ในทำเนียบฯ..และปั้นข่าวจริงปนเท็จเอาคละกัน ไว้หลอกสายตาพี่น้องประชาชน..จะให้ความสำคัญกับข่าวนี้มั้ย
ปรากฏว่า ไม่มีจริงๆอย่างที่คิดไว้ แถมเพื่อนยังโทรมาบอกให้เช็คข่าวกรณี “อัญชลี ไพรีรัก” รายงานข่าวนี้แบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย แต่ผมขอเช็คข้อมูลก่อนแล้ว เดี๋ยวจะเอามาแจ้งให้ทราบว่า อัญชลี รายงานข่าวไม่เหมาะสมว่ายังไงบ้าง...นี่แหละครับอยากจะเอามาบอกกับพี่น้องประชาชนชาวราชดำเนิน ว่าไอ้สื่อแบบนี้มันต้องการความแตกแยกมากขนาดไหน...เรื่องดีๆแบบนี้ควรจะลง แต่คงเห็นว่าถ้าลงแล้วเดี๋ยวเกิดผลในทางลบกับความรู้สึกของสาวกตัวเองเลย เลือกที่จะไม่ให้ความสำคัญ...ใครหาเจอข่าวนี้ใน “แมเนเจอร์” ช่วยหาหน่อยผมหาไม่เจอครับ
สำหรับข่าวดังกล่าว "ไทยอินไซเดอร์" และสื่อนสพ.หลักหลายแห่ง อาทิ เดลินิวส์-ข่าวสด-คมชัดลึก-กรุงเทพธุรกิจ ได้ลงข่าวดังกล่าว ว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงิน สำหรับหรับช่วยเหลือข้าราชการทั้ง 4 คน ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และเป็นมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 4 ตลอดจนสมาชิกสโมสรสราญรมย์ทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและข้าราชการอีก 3 คน ได้กราบบังคมทูลฯ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ในระหว่างส่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังราชอาณาจักรสเปน เมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย. 2551 แล้ว
นรก จะกินหัว
http://thaiinsider.info/space/content/view/11354/12/
วันที่ 3 ต.ค. 2551 เวลา 10.10 น. น.ส.อัญชลี ไพรีรัก กล่าวบนเวทีว่า นรชิต สิงหเสนี เลขาธิการสโมสรสราญรมย์ เจ้ากี้เจ้าการออกหนังสือเวียนให้ข้าราชการระดมทุนต่อสู้คดีกับป.ป.ช. นายนรชิต ออกหนังสือเวียนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ก็ได้ทุน และบอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือในคดีนี้ด้วย ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 4 คน
“ทั้ง 4 คนนี้ที่ทำเรื่องปราสาทพระวิหาร ที่ไม่ได้บอกกับเราว่า เค้าทำอะไร นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ทำอะไร หนังสือเวียนนี้ระบุว่า สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานเงินทุน หนังสือยังบอกอีกว่า คุณอานันท์ ปันยารชุน-พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา-นายประจวบ ไชยสาส์น ก็บริจาคด้วย”
“ตกลงเราผิดหรือถูก โกงชาติ-ปล้นชาติเป็นคนดี โกงงบประมาณเป็นคนดี และไปช่วยนักการเมืองสารเลว ได้รับการช่วยเหลือจากคนชั่วทั้งแผ่นดิน เรากลับบ้านเราดีกว่ามั้ย เรามาไกลเกินกว่าจะกลับ ซิดนีย์ มันขึ้นกับว่า จดหมายจากกรรมการสราญรมย์ ที่ส่งไปถวายสมเด็จพระเทพฯ เขียนว่าอย่างไร ขึ้นกับว่า หนังสือที่กราบทูล ระบุว่าอย่างไร สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระเมตตากรุณา แต่เมื่อคุณได้เงินพระราชทานมา หรือได้จากคุณอานันท์ ปันยารชุน แล้วคุณเอาไปเขียนหนังสือบอกว่าอย่างนี้ คุณนรชิต สิงหเสนี ต้องตอบสังคมแล้ว ฉันไม่ใช่คนโง่ หนังสือที่ส่งไปกราบบังคมทูล เขียนว่าอย่างไรกันแน่”น.ส.อัญชลีกล่าว
เออ เอาเข้าไป นรก จะกิน"กบาล"แล้ว
วันที่ 3 ต.ค. 2551 เวลา 10.10 น. น.ส.อัญชลี ไพรีรัก กล่าวบนเวทีว่า นรชิต สิงหเสนี เลขาธิการสโมสรสราญรมย์ เจ้ากี้เจ้าการออกหนังสือเวียนให้ข้าราชการระดมทุนต่อสู้คดีกับป.ป.ช. นายนรชิต ออกหนังสือเวียนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ก็ได้ทุน และบอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือในคดีนี้ด้วย ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 4 คน
“ทั้ง 4 คนนี้ที่ทำเรื่องปราสาทพระวิหาร ที่ไม่ได้บอกกับเราว่า เค้าทำอะไร นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ทำอะไร หนังสือเวียนนี้ระบุว่า สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานเงินทุน หนังสือยังบอกอีกว่า คุณอานันท์ ปันยารชุน-พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา-นายประจวบ ไชยสาส์น ก็บริจาคด้วย”
“ตกลงเราผิดหรือถูก โกงชาติ-ปล้นชาติเป็นคนดี โกงงบประมาณเป็นคนดี และไปช่วยนักการเมืองสารเลว ได้รับการช่วยเหลือจากคนชั่วทั้งแผ่นดิน เรากลับบ้านเราดีกว่ามั้ย เรามาไกลเกินกว่าจะกลับ ซิดนีย์ มันขึ้นกับว่า จดหมายจากกรรมการสราญรมย์ ที่ส่งไปถวายสมเด็จพระเทพฯ เขียนว่าอย่างไร ขึ้นกับว่า หนังสือที่กราบทูล ระบุว่าอย่างไร สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระเมตตากรุณา แต่เมื่อคุณได้เงินพระราชทานมา หรือได้จากคุณอานันท์ ปันยารชุน แล้วคุณเอาไปเขียนหนังสือบอกว่าอย่างนี้ คุณนรชิต สิงหเสนี ต้องตอบสังคมแล้ว ฉันไม่ใช่คนโง่ หนังสือที่ส่งไปกราบบังคมทูล เขียนว่าอย่างไรกันแน่”น.ส.อัญชลีกล่าว
เออ เอาเข้าไป นรก จะกิน"กบาล"แล้ว
วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ช่อง 3 ควรพิจารณา
นอกเนื่องจากเวปห้องราชดำเนิน ที่ชาวเน็ตโพสตำหนิ วิศาล เมื่อวานนี้ร่วมร้อยกระทู้
วันนี้ลองไปชม เวปบอร์ดของช่อง 3 กันบ้าง จำนวนเกือบ 3 หน้าเลยล่ะ
บก.ครับดูแลมารยาทของพิธีกร(วิศาล ดิลกวณิช)ด้วย แย่จัง4 -แขก-162Yesterday, 11:20PMLastpostby: -~cupid~-
เสียใจนะ คนอ่านข่าวเฮง (ซวย) เสียความรู้สึกที่รักช่องนี้ มาช่วยด่าแม่งที0 -สำรวย-43Yesterday, 11:19 PMLast post by: -สำรวย-
คุณวิศาล ครับ สิ่งที่คุณควรพิจารณา1 -stubborn-65Yesterday, 11:18 PMLast post by: -Guest-
เดี๋ยวนี้ทำไมนักข่าวไม่ค่อยเป็นกลางเลยครับ 0 -เคยชอบ-20Yesterday, 10:56 PMLast post by: -เคยชอบ-
คุณวิศาล: ความเหมาะสมในการเป็นผู้ประกาศข่าว? 7 -Guest_Nan_*-198Yesterday, 10:32 PMLast post by: -Guest-
คุณธีระ ที่อ่านข่าวคู่คุณสายสววรรค์ หายไปไหน ผู้อ่านข่าวหายไปไหน1 -กาน-130Yesterday, 10:24 PMLast post by: -Guest-
คำพูดของผู้ประกาศข่าว 1 -ormmoo-165Yesterday, 10:05 PMLast post by: -Guest-
วิศาล ไปเสียเถอะ 0 -keit-48Yesterday, 10:05 PMLast post by: -keit-
ขอวอนหาจรรยาบรรณสื่อในยุคปัจจุบัน 1 -คนผ่านมาฝากความเห็น-42Yesterday, 10:04 PMLast post by: -ควายไท-
ช่องสามควรปลด นายวิศาล ดิลกวณิช ออก 3 -เกลียดคนใช้ปากทำร้ายคนอื่น-157Yesterday, 09:49 PMLast post by: -ghi-
เลิกดูข่าวช่อง3มาสองปีละครับ 0 -ghi-34Yesterday, 09:45 PMLast post by: -ghi-
สื่อมวลชนกับผู้สมัครผู้ว่า 1 -คนรักช่อง 3-73Yesterday, 08:16 PMLast post by: -Ummmm-
เชื่อม่ะวิศาลพยายามเลียนแบบคุณสรยุทธ์ เชื่อม่ะวิศาลพยายามเลียนแบบคุณสรยุทธ์แต่มันไม่ใช่อ่ะ7ferry-248Today, 05:22 AMLast post by: -Guest-
สื่อควรทบทวนบทบาท กรณีชูวิทย์ กับ วิศาล สื่อควรทบทวนบทบาท กรณีชูวิทย์ กับ วิศาล0 -วิหคเสรี-10
Today, 05:21 AMLast post by: -วิหคเสรี-
มาดูยอดฝูงชน ร่วมกันการประนามนายวิศาล จากบอร์ดเฉลิมไทย พันทิป2 -พึงมาถึงบอร์ดนี้-145
Today, 05:14 AMLast post by: -Guest-
ที่บอกว่า...คนดูตัดสินเองได้ 5 -inutero-108
Today, 05:12 AMLast post by: -Guest-
ชูวิทย์ ต่อย...ตู๊ดดด......... ผู้ดำเนินรายการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนเอาเรื่องที่คุยกันก่อนออกรายการมาเ4 -inwxsru:-227Today, 05:03 AMLast post by: -Guest-
พิศาลไปขอโทษชูวิทย์เค้าด้วยนะเค้าไม่ใช่ตัวตลก 1 -เบื่อ-28Today, 04:55 AMLast post by: -Guest-
ตอนจบรายการวิศาลไม่ขอบคุณชูวิทย์สักคำ 1 -เกลียดวิศาลคิ้งขี้โกง-32Today, 04:52 AMLast post by: -Guest-
*******ใครยังไม่ได้ดู มาดูซะ ความกร่างของนักข่าวช่อง3****** 0 -Guest-41Today, 04:49 AMLast post by: -Guest-
เห็นควรปลดและให้วิศาลไปตายๆ ซะ ปลดวิศาลแล้วไล่ให้ไปตายๆ ซะแค่นี้น้อยไป0 -สื่อด้วยกัน-17
Today, 04:43 AMLast post by: -สื่อด้วยกัน-
หยุดได้แล้ว-อย่าให้ต้องถึงวันที่ประชาชนใช้กำลังทุบทำลายสื่อ 0 -kanoon-17Today, 04:40 AMLast post by: -kanoon-
4ขรก.บัวแก้วสุดปลื้ม! 'พระเทพ'บริจาคช่วย ค่าทนายสู้คดีเขาวิหาร หลังพันธมิตรฯฟ้อง 0 -Guest-37
Today, 04:39 AMLast post by: -Guest-
จะมีข่าวนักข่าวช่อง3โดนอุ้มทิ้งเจ้าพระยามั้ย 1 -Guest-16Today, 04:33 AMLast post by: -Guest-
ขอถอนตัวจากครอบครัวข่าว 3 รับไม่ได้นักข่าวไร้จรรยาบรรณ เข้าข้างกันเอง2 -Guest-81Today, 04:29 AMLast post by: -Guest-
นักข่าว ไทยใหญ่ คับฟ้า 2 -ไม่ ได้ จบ นิ เทศน์ ว่ะ-43Today, 04:29 AMLast post by: -จบนิเทศมา-
เชิญ แขกรับเชิญมา ควรจะเคารพแขกรับเชิญ บ้าง 3 -บ้านนอกคักๆ-33Today, 04:25 AMLast post by: -Guest-
จรรยาบรรณนักข่าว และสื่อสารมวลชน ฝากให้ช่อง 3 หน่อยนะ 2 -Guest-43Today, 04:25 AMLast post by: -bohemian-
คุณวิศาลเป็นตัวอย่าสื่อสารมวลชนที่ทำตัวได้แย่มาก 0 -วิษณุ-9Today, 04:24 AMLast post by: -วิษณุ-
แถลงการณ์ ประนามสื่อ เรื่อง ประนามการทำงานของสื่อ คุณวิศาล เรียน ท่านผู้มีวิจารณญาณ โปรดพิ
8 -Guest_som_*-233Today, 04:22 AMLast post by: -Guest-
แถลงการณ์ประณามสื่อ 4 -Paw-65Today, 04:22 AMLast post by: -Guest-
ลาออกไปเลย ไอวิศาล 1 -Guest-23Today, 04:15 AMLast post by: -bohemian-
รักดร.แดน รักอภิรักษ์ รักประภัทร์ กาเบอร์ 8 3 -Guest-91Today, 04:10 AMLast post by: -Guest-
อย่าให้พิธีกรคนนี้มาจัดรายการอีก 6 -คนไทย-121Today, 04:05 AMLast post by: -Guest-
ชวนร่วมแบนสินค้าในสื่อชั่ว สารพัดรายการ 2 -Guest-41Today, 04:01 AMLast post by: -Guest-
ดูกันชัดๆม๊อบพันธมิตรปาระเบิดแก๊ซน้ำตาเอง! ต้องดูครับ 123 43 -ประชาชนคนไทย-805
Today, 03:55 AMLast post by: -เกลียดพันธมิตร-
ไม่ต่อยสดผ่านรายการข่าว นะโชคดีแล้ว 0 -guest-29Today, 03:36 AMLast post by: -guest-
คุณภาพสื่อฯ คุณภาพเยาวชน 0 -ช้าง-11Today, 03:27 AMLast post by: -ช้าง-
อยากกระทืปปากมัน 0 -Guest-27Today, 03:21 AMLast post by: -Guest-
วิศาลคิดว่าคนดูโง่เหรอครับ 0 -Guest-62Today, 03:17 AMLast post by: -Guest-
อยากรู้นัก ยังจะมีหน้ามาอ่านข่าวอีกไหม0 -Guest-22Today, 03:07 AMLast post by: -Guest-
เลิกใส่ความเห็นของตนเองในข่าวได้แล้วครับ 5 -แฟนช่อง3-144Today, 03:06 AMLast post by: -สมฤทัย-
ผมว่าถ้าอยากเป็นนักข่าวช่อง 3 ได้ต้องพูดจาหรือมีกริยาที่หยามคลาย 0 -ai-23Today, 03:02 AMLast post by: -ai-
เก๋าไม่เก๋ากินเกาเหลาไม่จ่าย 5555555+1 -ผู้นั่งเศร้ากะสื่อ-26Today, 03:00 AMLast post by: -Guest-
สงสารก้อสงสาร สมน้ำหน้าก้อสมน้ำหน้า สื่อแบบนี้หน้าจะโดนนานแล้ว 0 -Earthquake-29Today, 02:56 AMLast post by: -Earthquake-
ปลดดดดดดดดดด 0 -นอนดึก-16Today, 02:55 AMLast post by: -นอนดึก-
คุณวิศาล สมควรโดนแล้วครับ พูดจาเยี่ยงนี้17 -ไฟท์ฺ-451Today, 02:52 AMLast post by: -hhh-
ให้นายวิศาลไปรักษาตัวนานๆหน่อย 2 -wivath-52Today, 02:44 AMLast post by: -Guest-
พิธีกร ฮ่วยแตก ยั่วอารมณืเค้าก่อน 0 -เต้ย-31Today, 02:40 AMLast post by: -เต้ย-
สมควรแล้วครับพี่น้อง 0 -Guest-18Today, 02:37 AMLast post by: -Guest-
สื่อไทยใหญ่คับแผ่นดิน สื่อไทยใหญ่คับแผ่นดิน1 -โตนี่-35Today, 02:37 AMLast post by: -Guest-
เรียกร้องให้คุณวิศาลออกมายอมรับผิดในฐานะผู้ดำเนินรายการที่ทำกระทำไม่เหมาะสม 1 -แฟนรายการข่าวเที่ยงทันเหตุการณ์-66Today, 02:36 AMLast post by: -Guest-
ไม่ชอบความรุนแรง คนไทยหรือเปล่า0 -เด็ก-19Today, 02:33 AMLast post by: -เด็กต่าง จังหวัด-
ควรลาออกคับ ควรลาออกคับ0 -drean-18Today, 02:32 AMLast post by: -drean-
ผมว่าวิศาลควรลาออกแย่จิง ๆ ไม่มีจรรยาบรร 1 -_pom_*-28Today, 02:30 AMLast post by: -Guest-
เสียงไชโยของประชาชนหลังวิศาลโดนชก คงพอบอกทีมงานข่าวได้นะครับ ว่าประชาชนเขาคิดยังไงกับพวกคุณ 0 -เอก-66Today, 02:21 AMLast post by: -เอก-
คุณวิศาล เลิกเป็นนักข่าวเถอะ ขี้เกียจเปลี่ยนช่องหนี 0 -27Today, 02:13 AMLast post by: -Memphis-
วิศาลพูดจาเเย่ 4 -Guest-156Today, 02:12 AMLast post by: -สมควรโดน-
คุณวิศาลครับ ถ้าคุณโดนถามอย่างที่คุณถามคุณชูวิทย์ คุณจะรู้สึกเหมือนกันบ้างไหมครับ 1 -Guest_ก้อนดิน-62Today, 02:00 AMLast post by: -yossiri-
จะตัดสัญญาณช่อง3 จะให้พ่อเอาหนวดกุ้งช่อง 3 ออก0 -เด็กเฮียวิทย์-36Today, 02:00 AMLast post by: -เด็กเฮียวิทย์-
ผมขอพูดหน่อยครับ เพราะผมไม่อยากเห็นครอบครัวข่าวต้องหายไป อยากให้พี่ๆ ทีมงานมาอ่านครับ0
-หนึ่งในคนดู-105Today, 01:51 AMLast post by: -หนึ่งในคนดูที่เป็นสมาชิกครอบครัว-
คุณชูวิทย์พลาดไปแล้ว 8 -ไม่ชอบสื่อชั่ว-275Today, 01:50 AMLast post by: -Guest-
มีคนเริ่มต้นจัดการสื่อชั่วแล้ว 0 -กูจะเลือกชูวิทย์-63Today, 01:37 AMLast post by: -กูจะเลือกชูวิทย์...-
สื่อถามแบบนี้ก็เกินไปครับ ขอประณามสื่อแบบนี้ด้วยครับ 1 -Guest_Jack_*-32Today, 01:36 AMLast post by: -Guest-
นี่เหรอนักข่าว 0 -เกลียดวิสาน-21Today, 01:31 AMLast post by: -เกลียดวิสาน-
ทุเรศมากๆ ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าสื่อเลย 0 -Spatigus-22Today, 01:31 AMLast post by: -Spatigus-
โดนแค่นี้น้อยไปครับ ช่องสามก้อระวังนะครับ ปล่อยให้สื่อชั่วคอยเสี้ยมให้ประเทศแตกแยกแบบนี้ 0 RojioS-
28Today, 01:27 AMLast post by: -RojioS-
วิศาลหลายช่อง อยู่ช่องไหนก็วงแตก0 -Guest-77Today, 01:25 AMLast post by: -Guest-
วิศาลทำไมทำเเบบนี้หละครับ ไม่ชอบมากๆเลย ระวังเรทติ้งช่อง 3 จะตกนะครับ 0 -Yukio-33Today, 01:22 AMLast post by: -Yukio-
ให้เกียรติชูวิทย์ 0 -Guest-40Today, 01:21 AMLast post by: -Guest-
จรรยาบรรณนักข่าว 6 -ความจริง-88Today, 01:11 AMLast post by: -Guest-
กองบรรณาธิการข่าว 3 ออก มาแสดงความคิดเห็นหน่อย 0 -หด หัว อยู่ ไหน-46Today, 01:10 AMLast post by: -หด หัว อยู่ ไหน-
ลาออกจากช่องสามไปเข้าปชป.เถอะค่ะ เจ๊วิสาน..จะได้กินเงินเดือนให้ถูกที่หน่อย.... 1 -Guest-39Today, 01:06 AMLast post by: -Guest-
มีใครคิดบ้างว่าคุณวิศาลมีอคติกับคุณชูวิทย์ก่อน 1 -บ้านเลี้ยงช้าง-40Today, 01:05 AMLast post by: -Guest-
ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการกรณีวิศาล+ชูวิทย์ 8 -pani-232Today, 01:03 AMLast post by: -Guest-
เป็นพิธีกร เป็นคนคุมรายการ แต่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ 1 -Media-47Today, 12:59 AMLast post by: -Guest-
คุณวิศาล อย่ามาแถวบ้านผมนะ ข้าวน้ำไม่ต้องกิน ให้อดตายไปเลย 1 -นายยุทธนา หงษ์สวัสดิ์-29
Today, 12:59 AMLast post by: -Guest-
ถาม ล่อ ตีน ก็ ต้อง โดน 2 -อัน ทะ พาน ครอง เมือง-55Today, 12:50 AMLast post by: -Guest-
ตามไปชมได้ที่นี่ http://www2.thaitv3.com/board2008/index.php?s=6f5d4de3cd83d4c1fca9f425344cc7c9&showforum=35
วันนี้ลองไปชม เวปบอร์ดของช่อง 3 กันบ้าง จำนวนเกือบ 3 หน้าเลยล่ะ
บก.ครับดูแลมารยาทของพิธีกร(วิศาล ดิลกวณิช)ด้วย แย่จัง4 -แขก-162Yesterday, 11:20PMLastpostby: -~cupid~-
เสียใจนะ คนอ่านข่าวเฮง (ซวย) เสียความรู้สึกที่รักช่องนี้ มาช่วยด่าแม่งที0 -สำรวย-43Yesterday, 11:19 PMLast post by: -สำรวย-
คุณวิศาล ครับ สิ่งที่คุณควรพิจารณา1 -stubborn-65Yesterday, 11:18 PMLast post by: -Guest-
เดี๋ยวนี้ทำไมนักข่าวไม่ค่อยเป็นกลางเลยครับ 0 -เคยชอบ-20Yesterday, 10:56 PMLast post by: -เคยชอบ-
คุณวิศาล: ความเหมาะสมในการเป็นผู้ประกาศข่าว? 7 -Guest_Nan_*-198Yesterday, 10:32 PMLast post by: -Guest-
คุณธีระ ที่อ่านข่าวคู่คุณสายสววรรค์ หายไปไหน ผู้อ่านข่าวหายไปไหน1 -กาน-130Yesterday, 10:24 PMLast post by: -Guest-
คำพูดของผู้ประกาศข่าว 1 -ormmoo-165Yesterday, 10:05 PMLast post by: -Guest-
วิศาล ไปเสียเถอะ 0 -keit-48Yesterday, 10:05 PMLast post by: -keit-
ขอวอนหาจรรยาบรรณสื่อในยุคปัจจุบัน 1 -คนผ่านมาฝากความเห็น-42Yesterday, 10:04 PMLast post by: -ควายไท-
ช่องสามควรปลด นายวิศาล ดิลกวณิช ออก 3 -เกลียดคนใช้ปากทำร้ายคนอื่น-157Yesterday, 09:49 PMLast post by: -ghi-
เลิกดูข่าวช่อง3มาสองปีละครับ 0 -ghi-34Yesterday, 09:45 PMLast post by: -ghi-
สื่อมวลชนกับผู้สมัครผู้ว่า 1 -คนรักช่อง 3-73Yesterday, 08:16 PMLast post by: -Ummmm-
เชื่อม่ะวิศาลพยายามเลียนแบบคุณสรยุทธ์ เชื่อม่ะวิศาลพยายามเลียนแบบคุณสรยุทธ์แต่มันไม่ใช่อ่ะ7ferry-248Today, 05:22 AMLast post by: -Guest-
สื่อควรทบทวนบทบาท กรณีชูวิทย์ กับ วิศาล สื่อควรทบทวนบทบาท กรณีชูวิทย์ กับ วิศาล0 -วิหคเสรี-10
Today, 05:21 AMLast post by: -วิหคเสรี-
มาดูยอดฝูงชน ร่วมกันการประนามนายวิศาล จากบอร์ดเฉลิมไทย พันทิป2 -พึงมาถึงบอร์ดนี้-145
Today, 05:14 AMLast post by: -Guest-
ที่บอกว่า...คนดูตัดสินเองได้ 5 -inutero-108
Today, 05:12 AMLast post by: -Guest-
ชูวิทย์ ต่อย...ตู๊ดดด......... ผู้ดำเนินรายการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนเอาเรื่องที่คุยกันก่อนออกรายการมาเ4 -inwxsru:-227Today, 05:03 AMLast post by: -Guest-
พิศาลไปขอโทษชูวิทย์เค้าด้วยนะเค้าไม่ใช่ตัวตลก 1 -เบื่อ-28Today, 04:55 AMLast post by: -Guest-
ตอนจบรายการวิศาลไม่ขอบคุณชูวิทย์สักคำ 1 -เกลียดวิศาลคิ้งขี้โกง-32Today, 04:52 AMLast post by: -Guest-
*******ใครยังไม่ได้ดู มาดูซะ ความกร่างของนักข่าวช่อง3****** 0 -Guest-41Today, 04:49 AMLast post by: -Guest-
เห็นควรปลดและให้วิศาลไปตายๆ ซะ ปลดวิศาลแล้วไล่ให้ไปตายๆ ซะแค่นี้น้อยไป0 -สื่อด้วยกัน-17
Today, 04:43 AMLast post by: -สื่อด้วยกัน-
หยุดได้แล้ว-อย่าให้ต้องถึงวันที่ประชาชนใช้กำลังทุบทำลายสื่อ 0 -kanoon-17Today, 04:40 AMLast post by: -kanoon-
4ขรก.บัวแก้วสุดปลื้ม! 'พระเทพ'บริจาคช่วย ค่าทนายสู้คดีเขาวิหาร หลังพันธมิตรฯฟ้อง 0 -Guest-37
Today, 04:39 AMLast post by: -Guest-
จะมีข่าวนักข่าวช่อง3โดนอุ้มทิ้งเจ้าพระยามั้ย 1 -Guest-16Today, 04:33 AMLast post by: -Guest-
ขอถอนตัวจากครอบครัวข่าว 3 รับไม่ได้นักข่าวไร้จรรยาบรรณ เข้าข้างกันเอง2 -Guest-81Today, 04:29 AMLast post by: -Guest-
นักข่าว ไทยใหญ่ คับฟ้า 2 -ไม่ ได้ จบ นิ เทศน์ ว่ะ-43Today, 04:29 AMLast post by: -จบนิเทศมา-
เชิญ แขกรับเชิญมา ควรจะเคารพแขกรับเชิญ บ้าง 3 -บ้านนอกคักๆ-33Today, 04:25 AMLast post by: -Guest-
จรรยาบรรณนักข่าว และสื่อสารมวลชน ฝากให้ช่อง 3 หน่อยนะ 2 -Guest-43Today, 04:25 AMLast post by: -bohemian-
คุณวิศาลเป็นตัวอย่าสื่อสารมวลชนที่ทำตัวได้แย่มาก 0 -วิษณุ-9Today, 04:24 AMLast post by: -วิษณุ-
แถลงการณ์ ประนามสื่อ เรื่อง ประนามการทำงานของสื่อ คุณวิศาล เรียน ท่านผู้มีวิจารณญาณ โปรดพิ
8 -Guest_som_*-233Today, 04:22 AMLast post by: -Guest-
แถลงการณ์ประณามสื่อ 4 -Paw-65Today, 04:22 AMLast post by: -Guest-
ลาออกไปเลย ไอวิศาล 1 -Guest-23Today, 04:15 AMLast post by: -bohemian-
รักดร.แดน รักอภิรักษ์ รักประภัทร์ กาเบอร์ 8 3 -Guest-91Today, 04:10 AMLast post by: -Guest-
อย่าให้พิธีกรคนนี้มาจัดรายการอีก 6 -คนไทย-121Today, 04:05 AMLast post by: -Guest-
ชวนร่วมแบนสินค้าในสื่อชั่ว สารพัดรายการ 2 -Guest-41Today, 04:01 AMLast post by: -Guest-
ดูกันชัดๆม๊อบพันธมิตรปาระเบิดแก๊ซน้ำตาเอง! ต้องดูครับ 123 43 -ประชาชนคนไทย-805
Today, 03:55 AMLast post by: -เกลียดพันธมิตร-
ไม่ต่อยสดผ่านรายการข่าว นะโชคดีแล้ว 0 -guest-29Today, 03:36 AMLast post by: -guest-
คุณภาพสื่อฯ คุณภาพเยาวชน 0 -ช้าง-11Today, 03:27 AMLast post by: -ช้าง-
อยากกระทืปปากมัน 0 -Guest-27Today, 03:21 AMLast post by: -Guest-
วิศาลคิดว่าคนดูโง่เหรอครับ 0 -Guest-62Today, 03:17 AMLast post by: -Guest-
อยากรู้นัก ยังจะมีหน้ามาอ่านข่าวอีกไหม0 -Guest-22Today, 03:07 AMLast post by: -Guest-
เลิกใส่ความเห็นของตนเองในข่าวได้แล้วครับ 5 -แฟนช่อง3-144Today, 03:06 AMLast post by: -สมฤทัย-
ผมว่าถ้าอยากเป็นนักข่าวช่อง 3 ได้ต้องพูดจาหรือมีกริยาที่หยามคลาย 0 -ai-23Today, 03:02 AMLast post by: -ai-
เก๋าไม่เก๋ากินเกาเหลาไม่จ่าย 5555555+1 -ผู้นั่งเศร้ากะสื่อ-26Today, 03:00 AMLast post by: -Guest-
สงสารก้อสงสาร สมน้ำหน้าก้อสมน้ำหน้า สื่อแบบนี้หน้าจะโดนนานแล้ว 0 -Earthquake-29Today, 02:56 AMLast post by: -Earthquake-
ปลดดดดดดดดดด 0 -นอนดึก-16Today, 02:55 AMLast post by: -นอนดึก-
คุณวิศาล สมควรโดนแล้วครับ พูดจาเยี่ยงนี้17 -ไฟท์ฺ-451Today, 02:52 AMLast post by: -hhh-
ให้นายวิศาลไปรักษาตัวนานๆหน่อย 2 -wivath-52Today, 02:44 AMLast post by: -Guest-
พิธีกร ฮ่วยแตก ยั่วอารมณืเค้าก่อน 0 -เต้ย-31Today, 02:40 AMLast post by: -เต้ย-
สมควรแล้วครับพี่น้อง 0 -Guest-18Today, 02:37 AMLast post by: -Guest-
สื่อไทยใหญ่คับแผ่นดิน สื่อไทยใหญ่คับแผ่นดิน1 -โตนี่-35Today, 02:37 AMLast post by: -Guest-
เรียกร้องให้คุณวิศาลออกมายอมรับผิดในฐานะผู้ดำเนินรายการที่ทำกระทำไม่เหมาะสม 1 -แฟนรายการข่าวเที่ยงทันเหตุการณ์-66Today, 02:36 AMLast post by: -Guest-
ไม่ชอบความรุนแรง คนไทยหรือเปล่า0 -เด็ก-19Today, 02:33 AMLast post by: -เด็กต่าง จังหวัด-
ควรลาออกคับ ควรลาออกคับ0 -drean-18Today, 02:32 AMLast post by: -drean-
ผมว่าวิศาลควรลาออกแย่จิง ๆ ไม่มีจรรยาบรร 1 -_pom_*-28Today, 02:30 AMLast post by: -Guest-
เสียงไชโยของประชาชนหลังวิศาลโดนชก คงพอบอกทีมงานข่าวได้นะครับ ว่าประชาชนเขาคิดยังไงกับพวกคุณ 0 -เอก-66Today, 02:21 AMLast post by: -เอก-
คุณวิศาล เลิกเป็นนักข่าวเถอะ ขี้เกียจเปลี่ยนช่องหนี 0 -27Today, 02:13 AMLast post by: -Memphis-
วิศาลพูดจาเเย่ 4 -Guest-156Today, 02:12 AMLast post by: -สมควรโดน-
คุณวิศาลครับ ถ้าคุณโดนถามอย่างที่คุณถามคุณชูวิทย์ คุณจะรู้สึกเหมือนกันบ้างไหมครับ 1 -Guest_ก้อนดิน-62Today, 02:00 AMLast post by: -yossiri-
จะตัดสัญญาณช่อง3 จะให้พ่อเอาหนวดกุ้งช่อง 3 ออก0 -เด็กเฮียวิทย์-36Today, 02:00 AMLast post by: -เด็กเฮียวิทย์-
ผมขอพูดหน่อยครับ เพราะผมไม่อยากเห็นครอบครัวข่าวต้องหายไป อยากให้พี่ๆ ทีมงานมาอ่านครับ0
-หนึ่งในคนดู-105Today, 01:51 AMLast post by: -หนึ่งในคนดูที่เป็นสมาชิกครอบครัว-
คุณชูวิทย์พลาดไปแล้ว 8 -ไม่ชอบสื่อชั่ว-275Today, 01:50 AMLast post by: -Guest-
มีคนเริ่มต้นจัดการสื่อชั่วแล้ว 0 -กูจะเลือกชูวิทย์-63Today, 01:37 AMLast post by: -กูจะเลือกชูวิทย์...-
สื่อถามแบบนี้ก็เกินไปครับ ขอประณามสื่อแบบนี้ด้วยครับ 1 -Guest_Jack_*-32Today, 01:36 AMLast post by: -Guest-
นี่เหรอนักข่าว 0 -เกลียดวิสาน-21Today, 01:31 AMLast post by: -เกลียดวิสาน-
ทุเรศมากๆ ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าสื่อเลย 0 -Spatigus-22Today, 01:31 AMLast post by: -Spatigus-
โดนแค่นี้น้อยไปครับ ช่องสามก้อระวังนะครับ ปล่อยให้สื่อชั่วคอยเสี้ยมให้ประเทศแตกแยกแบบนี้ 0 RojioS-
28Today, 01:27 AMLast post by: -RojioS-
วิศาลหลายช่อง อยู่ช่องไหนก็วงแตก0 -Guest-77Today, 01:25 AMLast post by: -Guest-
วิศาลทำไมทำเเบบนี้หละครับ ไม่ชอบมากๆเลย ระวังเรทติ้งช่อง 3 จะตกนะครับ 0 -Yukio-33Today, 01:22 AMLast post by: -Yukio-
ให้เกียรติชูวิทย์ 0 -Guest-40Today, 01:21 AMLast post by: -Guest-
จรรยาบรรณนักข่าว 6 -ความจริง-88Today, 01:11 AMLast post by: -Guest-
กองบรรณาธิการข่าว 3 ออก มาแสดงความคิดเห็นหน่อย 0 -หด หัว อยู่ ไหน-46Today, 01:10 AMLast post by: -หด หัว อยู่ ไหน-
ลาออกจากช่องสามไปเข้าปชป.เถอะค่ะ เจ๊วิสาน..จะได้กินเงินเดือนให้ถูกที่หน่อย.... 1 -Guest-39Today, 01:06 AMLast post by: -Guest-
มีใครคิดบ้างว่าคุณวิศาลมีอคติกับคุณชูวิทย์ก่อน 1 -บ้านเลี้ยงช้าง-40Today, 01:05 AMLast post by: -Guest-
ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการกรณีวิศาล+ชูวิทย์ 8 -pani-232Today, 01:03 AMLast post by: -Guest-
เป็นพิธีกร เป็นคนคุมรายการ แต่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ 1 -Media-47Today, 12:59 AMLast post by: -Guest-
คุณวิศาล อย่ามาแถวบ้านผมนะ ข้าวน้ำไม่ต้องกิน ให้อดตายไปเลย 1 -นายยุทธนา หงษ์สวัสดิ์-29
Today, 12:59 AMLast post by: -Guest-
ถาม ล่อ ตีน ก็ ต้อง โดน 2 -อัน ทะ พาน ครอง เมือง-55Today, 12:50 AMLast post by: -Guest-
ตามไปชมได้ที่นี่ http://www2.thaitv3.com/board2008/index.php?s=6f5d4de3cd83d4c1fca9f425344cc7c9&showforum=35
เปิดใจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.เบอร์ 8
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.เบอร์8 เปิดแถลงข่าวยอมรับชกและกระทืบหน้านายวิศาล ดิลกวณิชจริง และเขาตั้งใจจะกระทืบปากนายวิศาล เหตุเพราะถูกหยามหมิ่นในรายการว่า"ชูวิทย์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย" อ้างถูกสื่อคุกคามก่อนเลยเอาคืน แต่ขอโทษเพราะอดทนไม่ไหว เผยไม่มีผลกระทบต่อคะแนนนิยม คนชอบชูวิทย์ที่เป็นตัวของตัวเองก็คงเลือก ยันกรุงเทพฯเหมาะกับคนแบบผมไม่ใช่อภิรักษ์
"ผมขอโทษสื่อ ผมขอโทษคุณวิศาลด้วย แต่ผมไม่ได้คุกคามสื่อ สื่อต่างหากคุกคามผม เขาเหยียดหยามผมกลางรายการโทรทัศน์ว่า ผมไม่ใช่ลูกผู้ชาย ผมทนไม่ได้ ดีนะ ที่ผมไม่ต่อยกลางรายการ ผมพยายามอดทนแล้ว เขาบอกผมว่า คุณชูวิทย์ คุณก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายสิ เขาไม่มีจรรยาบรรณกับผม ผมก็ไม่มีจรรยาบรรณกับเขาเหมือนกัน สิ่งที่ผมทำไปผมขอโทษ ผมยอมรับใช้ศอกฟัน ผมไม่ต้องพึ่งสื่อ ผมเป็นชูวิทย์ ผมผิดจริง ผมควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่การมาบอกว่า ผมไม่ใช่ลูกผู้ชาย คนที่เลือกผม ก็เพราะผมเป็นตัวของผม ผมทำโดยมีสาเหตุ เขาหมิ่นหยามผม เขาก็คงเข้าใจ เขาแรงมาผมก็แรงกลับ
คนจะเลือกผมก็เพราะผมเป็นของผมแบบนี้ คุณเรียกผมมา แล้วก็กวนผม ไม่ให้เกียรติผม คุณกวนผมตลอด แล้วมาบอกว่า คุณชูวิทย์แบบนี้ คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย ดีนะผมไม่ทำกลางรายการ ผมใช้ศอก พอล้มลง ผมกระทืบหน้าไปอีกครั้ง ผมตั้งใจกระทืบปากไปเลย ผมทนไม่ไหวกรุงเทพฯ นี่เหมาะกับผู้ว่าฯ แบบผมที่สุดแล้ว ผมทำผมรับ แบบอภิรักษ์ มันนุ่มนิ่มเกินไป"
"ผมขอโทษสื่อ ผมขอโทษคุณวิศาลด้วย แต่ผมไม่ได้คุกคามสื่อ สื่อต่างหากคุกคามผม เขาเหยียดหยามผมกลางรายการโทรทัศน์ว่า ผมไม่ใช่ลูกผู้ชาย ผมทนไม่ได้ ดีนะ ที่ผมไม่ต่อยกลางรายการ ผมพยายามอดทนแล้ว เขาบอกผมว่า คุณชูวิทย์ คุณก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายสิ เขาไม่มีจรรยาบรรณกับผม ผมก็ไม่มีจรรยาบรรณกับเขาเหมือนกัน สิ่งที่ผมทำไปผมขอโทษ ผมยอมรับใช้ศอกฟัน ผมไม่ต้องพึ่งสื่อ ผมเป็นชูวิทย์ ผมผิดจริง ผมควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่การมาบอกว่า ผมไม่ใช่ลูกผู้ชาย คนที่เลือกผม ก็เพราะผมเป็นตัวของผม ผมทำโดยมีสาเหตุ เขาหมิ่นหยามผม เขาก็คงเข้าใจ เขาแรงมาผมก็แรงกลับ
คนจะเลือกผมก็เพราะผมเป็นของผมแบบนี้ คุณเรียกผมมา แล้วก็กวนผม ไม่ให้เกียรติผม คุณกวนผมตลอด แล้วมาบอกว่า คุณชูวิทย์แบบนี้ คุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย ดีนะผมไม่ทำกลางรายการ ผมใช้ศอก พอล้มลง ผมกระทืบหน้าไปอีกครั้ง ผมตั้งใจกระทืบปากไปเลย ผมทนไม่ไหวกรุงเทพฯ นี่เหมาะกับผู้ว่าฯ แบบผมที่สุดแล้ว ผมทำผมรับ แบบอภิรักษ์ มันนุ่มนิ่มเกินไป"
ตัวอย่างกระทู้ในพันทิบ(ราชดำเนิน)
ก่อนเกิดเหตุ "หมัดสั่งสื่อเสี้ยม" ในเวป ราชดำเนิน
P7055029 วิศาลโดนชูวิทย์อัด..."เป็นสื่ออย่าเลือกข้าง" ทะลุ (17 - 2 ต.ค. 51 15:17)
P7055015 ดูชูวิทย์ ทางช่อง3 neohotman (6 - 2 ต.ค. 51 14:22)
P7055003 สมชาย เป็นนายกฯได้นานกว่าสมัครหลังพบป๋า? ไฟเขียวผ่านตลอด (9 - 2 ต.ค. 51 14:34) P7054993 ใครดูชูวทย์ กับนายวิศาล ช่อง 3 เดี๋ยวนี้ บ้าง พลังจิต (24 - 2 ต.ค. 51 15:40) P7054992 อาทิตย์นี้จะรู้กันสักทีว่า คนกรุงเทพฯ จะเอาพรรคไหนกัน saintjoanofarc (1 - 2 ต.ค. 51 12:53) P7054986 คุณชูวิทย์ กับคุณวิศาล จะตีกันแล้ว อิอิอิอิ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] HTK (6 - 2 ต.ค. 51 14:41)
P7054985 สวัสดีทุกท่านผู้ร่วมปกป้องประชาธิปไตย ขอรายงานตัวหลังถูกจองจำไป 30 วัน เป็นครั้งที่สามแล้ว ผู้รักชาติ (7 - 2 ต.ค. 51 15:14) P7054982 ใครดูชูวทย์ กับนายวิศาล ช่อง 3 เดี๋ยวนี้ บ้าง พลังจิต (3 - 2 ต.ค. 51 13:31)
P7054976 ท้าววิศาลเจอดี ชูวิทย์สอนมวย อย่าหวังชี้นำ......หุหุหุ manfa (6 - 2 ต.ค. 51 14:10) P7054952 ว่าที่ผู้ว่ากทม. คะ ไม่ทำเรื่อง Wimax ได้มั๊ย [การเมือง] PageOne (6 - 2 ต.ค. 51 14:02) P7054946 มาลุ้นหนุกๆ กันดีกว่า วันจันทร์รู้ผล หนุ่มฝั่งธนฯV2 (12 - 2 ต.ค. 51 14:57) P7054924 ชูวิทย์งานเข้า [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] บวมน้ำ (4 - 2 ต.ค. 51 14:30)
และหลังจากจบรายการไปแล้ว
P7055716 กกต.กทม.บอก"ชูวิทย์"ชกหน้า"วิศาล" ไม่กระทบเลือกตั้ง [การเมือง] กำแพงเงิน (0 - 2 ต.ค. 51 15:46)
P7055709 ###คุณคิดว่า ใครที่ควรจะโดนต่อยมากกว่า นายวิศาล [การเมือง] ท่องเมฆาชมทัศน์ (0 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055698 คุณชูวิทย์ทำแบบนี้อาจทำให้คนกรุงเทพมองว่า คนมีหนวดเป็นคนชอบใช้กำลังนะครับ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] เม้นจู (0 - 2 ต.ค. 51 15:41)
P7055694 พันธมิตรไหนพวกคุณบอกจงรักภักดีต่อสถาบัน...พวกคุณมาดูนี่ ออดา1 (0 - 2 ต.ค. 51 15:40) P7055687 เลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ พี่น้องจะเลือกเบอร์5กันไหม ขอเหตุผลด้วยนะ popfun (0 - 2 ต.ค. 51 15:38)
P7055685 ทำไม วิศาล ไม่สวน ครับ....เป็นผมโดน.... ผมจะชกสวนกลับ cpachurn (0 - 2 ต.ค. 51 15:38) P7055677 ทำไม!!! วิศาลไม่สู้????? ตาชิโบ (0 - 2 ต.ค. 51 15:37)
P7055668 @@..ปกติผมไม่ชอบความรุนแรง แต่หมัดนี้คะแนนนี้ผมมอบให้ชูวิทย์เบอร์ 8 ครับ ..สื่อไม่ใช่พ่อ จงจำไว้..@@ ปะยาง24ชั่วโมง (0 - 2 ต.ค. 51 15:34)
P7055666 ***วิศาลกวนแค่ไหน ก็ไม่ควรถูกชก ผมไม่เห็นด้วยครับ บิ๊ก บางนา (0 - 2 ต.ค. 51 15:34) P7055664 ชาวราชดำเนิน โหวตให้ คลิป ป๋าชู - วิศาล น่าดูกว่า โฟร์-มด [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] Turn off (1 - 2 ต.ค. 51 15:36)
P7055662 คุณสมบัติผู้นำ จำเป็นต้องมีความอดทน หรอ ? [การเมือง] createninku (0 - 2 ต.ค. 51 15:33)
P7055659 ชูวิทย์ จี้ มาร์ค รับผิดชอบ"อภิรักษ์"กรณีเปิด L/C ซื้อรถดับเพลิง วิสัยทัศน์ (0 - 2 ต.ค. 51 15:32)
P7055641 ปากฎการณ์ชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] คนเขาขาด (1 - 2 ต.ค. 51 15:45) P7055636 เวบบอร์ดประชาไทย เป็นอะไรไปแล้วคะ peaceeye (3 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055635 ผู้แทนอาชีพ คือ กลุ่มผลประโยชน์ ไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย บก.ลายจุด (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055629 คุณชูวิทย์..คุณคือพระเอกในดวงใจผม..ใช่..ไม่ใช่..พี่..น้องง.... ข้าวเหนียวอุ่น (3 - 2 ต.ค. 51 15:41)
P7055627 สมาคม นักข่าว จะดำเนินการอย่างไร กรณีชูวิทย์ ? gaara_nan (1 - 2 ต.ค. 51 15:38) P7055617 ถ้าชูวิทย์ถูกเลือกเป็นผู้ว่าฯคนใหม่ tror ikke det for du se (1 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055616 เจอความเห็นดีๆ ที่ว่า แล้ว อภิรักษ์ ก็เผลอดึงบ่วง... ที่ ชูวิทย์ คล้องหลวม ๆ รัดคอตัวเอง เลยเอามาฝาก ดาว7ดวง (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055614 เทคะแนนให้ชูวิทหน่อย วีระบุรุษจริงๆ ช่องนี้ไม่ได้ดูนานแล้วเลยตกข่าว ต่อไปจะได้กลับมาแอบดูใหม่ surasc (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055612 คัดค้านสสร.3 ฉบับ (อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่) รับลูกป๋า ::: ผลักดัน ร่างรธน.ประชาชน ฉบับ คปพร. สิงห์สนามหลวง (0 - 2 ต.ค. 51 15:20)
P7055610 คุณคิดว่าทำไมวิศาลไม่ชกสวนชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] endless man (7 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055588 แปลกใจจริงๆ รูปคนที่ไปด่านายกฯลงที่แมเนเจอร์เป็นพระเจ้า แต่พอเอามาลงบ้างในนี้ สาวกดิ้นกันพล่านหาว่าผิดกฏหมาย..ตลกดี gasman.a (10 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055582 การที่คุณชูวิทย์ ต่อย นายวิศาล ครั้งนี้ ผลคะแนนเสียงของเขาจะเป็นอย่างไร [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] saipin (21 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055576 สงสารวิศาล (จะโดนยำมั้ยเนี่ย กระทู้นี้) [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] EveRcLair (24 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055573 ใครมีคลิปข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ วันนี้ที่เป็นเรื่องกันนี่ล่ะค่ะ ช่วยใส่ yutube ให้หน่อยเถอะ จันทร์เจ้าฉาย (4 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055566 พลังประชาชน ครับถ้าคุณถอนตัวคุณประภัสจากการลงรับสมัครผู้ว่า กทม. รับรองคุณ อภิรักษ์ พรรค ปชป ไม่ได้เป็นผู้ว่าแน่ครับ TaToTaT (5 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055560 ถ้า "พันธมิตร" ยังมีสามัญสำนึก!!! ควรเลิกชุมนุม..ก่อนงานพระศพ [การเมือง] กำแพงเงิน (1 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055551 คิดแบบ เทพเทือก ปราศรัย แบบเอามันสะใจ อยากรู้นักถ้าโดนแบบรัฐบาลบ้างจะเป็นยังไง ไฟเขียวผ่านตลอด (0 - 2 ต.ค. 51 15:05)
P7055548 คะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่า กทม ไหลมาเทมาให้นายชูวิทย์ กลมวิศิษฐ์ อย่างท่วมท้น หลังจาก... rccola (8 - 2 ต.ค. 51 15:39)
P7055546 เอ้าโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผมเลือกผู้ว่า กทม. คนใหม่ได้แล้ว ชูวิทย์ นายแน่มาก คนแหกคุก (5 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055540 ทำไมคนในผู้จัดาการด่าชูวิทย์ ในพันทิพย์เชียร์ชูวิทย์ [การเมือง] Nongkhai_tong (8 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055538 การควบคุมอารมณ์น่าจะเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดีนะคะพี่น้อง ไม่เป็นไรจริงๆ (3 - 2 ต.ค. 51 15:42) P7055534 ชูวิทย์ คะแนนคุณเลือกตั้งคุณหายแล้ว หอมมาก (19 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055524 ท่านชูวิทย์ ต่อยหน้าวิศาลหงาย แล้วเตะซ้ำที่ชายโครงจนล้มลง ยังไม่พอกระทืบซ้ำไปที่หัวอีกหลายที จนมีคนมาห้าม เด็กดีดี500 (17 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055517 วิศาล ให้สัมภาษณ์ว่า ถูกเตะกระทั่งล้มลงศีรษะฟาดหัว ... กบในกะลาแตก (16 - 2 ต.ค. 51 15:43)
P7055514 ***รักพี่ อย่าเสียดายน้อง*** 3bww (1 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055510 ความเหมือนที่แตกต่าง ระหว่างอดีตนายกสมัครกับชูวิทย์ rccola (4 - 2 ต.ค. 51 15:32) P7055507 ขอแสดงความนับถือด้วยความเคารพอย่างสูง กับผลงานขององคมนตรี (Privy Council) ในดวงใจ Sheervy (3 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055490 ชูวิทย์ กับฉายาใหม่ หอมมาก (6 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055486 ศาล...เ...อ้...ย..โดนซะมั่ง สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนอะไร ศาลควรทบทวนดูบ้าง ดาวกาแฟ07 (6 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055485 วิศาล ร้องไห้ทั้งน้ำตา ชูวิทย์ต่อยผม... rccola (14 - 2 ต.ค. 51 15:39)
P7055483 ใครหนอช่างปล่อยข่าวว่า แกนนำสนธิ หนีไปเมืองจีน เมื่อคืนเห็นยังออก แอสทีวีอยู่เลย [การเมือง] สุดท้ายตายทุกคน (0 - 2 ต.ค. 51 14:50)
P7055481 รอดูข่าวครับ ว่านักข่าวจะมีใครเอียงเข้าข้าง"วิศาลสื่อเลว"แบบไม่ลืมหูลืมตาบ้าง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] In Black Corner (2 - 2 ต.ค. 51 15:20)
P7055476 ชูวิทย์ คุณกล้าดี ผมเลือกคุณแน่ 5 เสียง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] ฐาปณี (4 - 2 ต.ค. 51 15:33)
P7055474 ตราประทับจากศาลส่งถึงท่านสมัคร(เอาฮาอย่างเดียว) tz5kalahan (0 - 2 ต.ค. 51 14:47) P7055471 "อภิรักษ์" ส่อโดนใบเหลือง..มติกกต. 3 ต่อ 5 ชี้มีมูล!!! [การเมือง] กำแพงเงิน (1 - 2 ต.ค. 51 15:14)
P7055468 ท่านเห็นด้วยหรือไม่หากกลุ่มสื่อมวลชนกล่าวหาว่า ชูวิทย์ คุกคามสื่อ [การเมือง] Nik Assassin (19 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055444 ชูวิทย์"ยอมรับชก"วิศาล"จริงหลังถูกด่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย Sky (51 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055441 ทำไมชาวเวปเค้าถึงสะใจกันนักที่เห็นวิศาลถูกชก ไฟเขียวผ่านตลอด (29 - 2 ต.ค. 51 15:41) P7055438 สมาคมนักข่าวคร๊าบบ อย่างนี้คุกคามสื่อมั้ย... [การเมือง] hs5ely (5 - 2 ต.ค. 51 15:41) P7055433 ขอคารวะ คุณชูวิทย์ กมลวิศิษย์ นักเลงตัวจริง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] In Black Corner (7 - 2 ต.ค. 51 15:28)
P7055422 ลองคิดดู...ขนาดคนอย่างชูวิทย์ ยังชก วิศาล cpachurn (10 - 2 ต.ค. 51 15:22)
P7055421 "และ แล้ว ก็ ถึงเวลา ที่ ช่อง 3 จะได้พิจารณา ตัวเอง" natacom (8 - 2 ต.ค. 51 15:47) P7055407 อย่ามาว่า เฮียชูผมนะว่า ใจร้อน ขาดสติ.. [การเมือง] hs5ely (8 - 2 ต.ค. 51 15:25) P7055405 ขอบคุณ คุณ ชูวิทย์ คุณทำให้ผมหายเครียด ขอบคุณ..... cpachurn (9 - 2 ต.ค. 51 15:22) P7055402 อยากถามนายวิศาลหน่อย [การเมือง] Pete Chakky (13 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055393 นายชูวิทย์ชกนายวิศาล สมควรหรือไม่ sangoop (25 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055392 ผมให้ใจ... เลย ครับ คุณ ชูวิทย์ อาทิตย์ ยังไงก็ได้คะแนนผม..... [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] giwgaw16 (0 - 2 ต.ค. 51 14:28)
P7055381 เบอร์ 8 จะได้เป็นผู้ว่าก็เพราะหมัดนี้แหละ หึหึ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] คำหนาน (4 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055366 ผิดหวังนักการเมืองอย่าง.....คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ Toom McCartney (26 - 2 ต.ค. 51 15:47) P7055343 ชูวิทย์ นายแน่มาก [การเมือง] โจรา (10 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055339 มาดักคอ สมาคมนักข่าว กัน -- กรณี ชูวิทย์ ชก วิศาล [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] ตี๋แกงป่า (14 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055315 ล่าสุด...ชูวิทย์ที่ช่อง 9 [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] นัยนะ (5 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055311 "ชูวิทย์" สงสัย "พันธมิตรฯ" ตรวจสอบทุกคน..แต่กลับยกเว้น ปชป.!!! [การเมือง] กำแพงเงิน (6 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055306 วิศาล กำลังแก้ตัวที่ ข่าวnation nonfarm (8 - 2 ต.ค. 51 15:18) P7055296 เรียกร้องให้ จมูกมด โดยเฉพาะ กนก ปากเบะ เชิญ เฮียชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] บล็อคปาหัว (3 - 2 ต.ค. 51 15:23) P7055285 สาบานว่าผมเครียดมากจริงๆๆๆๆครับ [การเมือง] RB-25 (2 - 2 ต.ค. 51 15:20) P7055267 ขอคลิปชูวิทย์ด้วยครับพี่น้อง ธนูไฟ (21 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055266 ขอรบกวนผู้รุ้ช่วยผมหน่อยครับ GEAR NU 47 (2 - 2 ต.ค. 51 14:23)
P7055254 ข่าวด่วน ชูวิทย์ ชกคุณวิศาล คว่ำคห้องส่ง ชอง3 [การเมือง] vijsurin (28 - 2 ต.ค. 51 15:45) P7055239 นี่หรือ การเมืองใหม่ นี่หรือ ประชาภิวัฒน์ บทความ จาก ข่าวสด ไฟเขียวผ่านตลอด (1 - 2 ต.ค. 51 14:29)
P7055235 ช่วยเช็คข่าวกันหน่อย ใด้รับ SMS มา pmw (3 - 2 ต.ค. 51 14:47)
P7055224 วิศาล!!! โดนชกแล้วค๊าบบบบบบบบบบบบบบบบ!!! ตาชิโบ (14 - 2 ต.ค. 51 15:34) P7055212 ชูวิทย์ชกวิศาลคว่ำคาห้องส่งช่อง 3 หลังจบรายการ คาปูชิโน (57 - 2 ต.ค. 51 15:42) P7055196 ชูวิทย์ ชก วิศาลคว่ำคาห้องส่ง WS:IOA (22 - 2 ต.ค. 51 15:39)
P7055029 วิศาลโดนชูวิทย์อัด..."เป็นสื่ออย่าเลือกข้าง" ทะลุ (17 - 2 ต.ค. 51 15:17)
P7055015 ดูชูวิทย์ ทางช่อง3 neohotman (6 - 2 ต.ค. 51 14:22)
P7055003 สมชาย เป็นนายกฯได้นานกว่าสมัครหลังพบป๋า? ไฟเขียวผ่านตลอด (9 - 2 ต.ค. 51 14:34) P7054993 ใครดูชูวทย์ กับนายวิศาล ช่อง 3 เดี๋ยวนี้ บ้าง พลังจิต (24 - 2 ต.ค. 51 15:40) P7054992 อาทิตย์นี้จะรู้กันสักทีว่า คนกรุงเทพฯ จะเอาพรรคไหนกัน saintjoanofarc (1 - 2 ต.ค. 51 12:53) P7054986 คุณชูวิทย์ กับคุณวิศาล จะตีกันแล้ว อิอิอิอิ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] HTK (6 - 2 ต.ค. 51 14:41)
P7054985 สวัสดีทุกท่านผู้ร่วมปกป้องประชาธิปไตย ขอรายงานตัวหลังถูกจองจำไป 30 วัน เป็นครั้งที่สามแล้ว ผู้รักชาติ (7 - 2 ต.ค. 51 15:14) P7054982 ใครดูชูวทย์ กับนายวิศาล ช่อง 3 เดี๋ยวนี้ บ้าง พลังจิต (3 - 2 ต.ค. 51 13:31)
P7054976 ท้าววิศาลเจอดี ชูวิทย์สอนมวย อย่าหวังชี้นำ......หุหุหุ manfa (6 - 2 ต.ค. 51 14:10) P7054952 ว่าที่ผู้ว่ากทม. คะ ไม่ทำเรื่อง Wimax ได้มั๊ย [การเมือง] PageOne (6 - 2 ต.ค. 51 14:02) P7054946 มาลุ้นหนุกๆ กันดีกว่า วันจันทร์รู้ผล หนุ่มฝั่งธนฯV2 (12 - 2 ต.ค. 51 14:57) P7054924 ชูวิทย์งานเข้า [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] บวมน้ำ (4 - 2 ต.ค. 51 14:30)
และหลังจากจบรายการไปแล้ว
P7055716 กกต.กทม.บอก"ชูวิทย์"ชกหน้า"วิศาล" ไม่กระทบเลือกตั้ง [การเมือง] กำแพงเงิน (0 - 2 ต.ค. 51 15:46)
P7055709 ###คุณคิดว่า ใครที่ควรจะโดนต่อยมากกว่า นายวิศาล [การเมือง] ท่องเมฆาชมทัศน์ (0 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055698 คุณชูวิทย์ทำแบบนี้อาจทำให้คนกรุงเทพมองว่า คนมีหนวดเป็นคนชอบใช้กำลังนะครับ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] เม้นจู (0 - 2 ต.ค. 51 15:41)
P7055694 พันธมิตรไหนพวกคุณบอกจงรักภักดีต่อสถาบัน...พวกคุณมาดูนี่ ออดา1 (0 - 2 ต.ค. 51 15:40) P7055687 เลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ พี่น้องจะเลือกเบอร์5กันไหม ขอเหตุผลด้วยนะ popfun (0 - 2 ต.ค. 51 15:38)
P7055685 ทำไม วิศาล ไม่สวน ครับ....เป็นผมโดน.... ผมจะชกสวนกลับ cpachurn (0 - 2 ต.ค. 51 15:38) P7055677 ทำไม!!! วิศาลไม่สู้????? ตาชิโบ (0 - 2 ต.ค. 51 15:37)
P7055668 @@..ปกติผมไม่ชอบความรุนแรง แต่หมัดนี้คะแนนนี้ผมมอบให้ชูวิทย์เบอร์ 8 ครับ ..สื่อไม่ใช่พ่อ จงจำไว้..@@ ปะยาง24ชั่วโมง (0 - 2 ต.ค. 51 15:34)
P7055666 ***วิศาลกวนแค่ไหน ก็ไม่ควรถูกชก ผมไม่เห็นด้วยครับ บิ๊ก บางนา (0 - 2 ต.ค. 51 15:34) P7055664 ชาวราชดำเนิน โหวตให้ คลิป ป๋าชู - วิศาล น่าดูกว่า โฟร์-มด [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] Turn off (1 - 2 ต.ค. 51 15:36)
P7055662 คุณสมบัติผู้นำ จำเป็นต้องมีความอดทน หรอ ? [การเมือง] createninku (0 - 2 ต.ค. 51 15:33)
P7055659 ชูวิทย์ จี้ มาร์ค รับผิดชอบ"อภิรักษ์"กรณีเปิด L/C ซื้อรถดับเพลิง วิสัยทัศน์ (0 - 2 ต.ค. 51 15:32)
P7055641 ปากฎการณ์ชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] คนเขาขาด (1 - 2 ต.ค. 51 15:45) P7055636 เวบบอร์ดประชาไทย เป็นอะไรไปแล้วคะ peaceeye (3 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055635 ผู้แทนอาชีพ คือ กลุ่มผลประโยชน์ ไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย บก.ลายจุด (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055629 คุณชูวิทย์..คุณคือพระเอกในดวงใจผม..ใช่..ไม่ใช่..พี่..น้องง.... ข้าวเหนียวอุ่น (3 - 2 ต.ค. 51 15:41)
P7055627 สมาคม นักข่าว จะดำเนินการอย่างไร กรณีชูวิทย์ ? gaara_nan (1 - 2 ต.ค. 51 15:38) P7055617 ถ้าชูวิทย์ถูกเลือกเป็นผู้ว่าฯคนใหม่ tror ikke det for du se (1 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055616 เจอความเห็นดีๆ ที่ว่า แล้ว อภิรักษ์ ก็เผลอดึงบ่วง... ที่ ชูวิทย์ คล้องหลวม ๆ รัดคอตัวเอง เลยเอามาฝาก ดาว7ดวง (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055614 เทคะแนนให้ชูวิทหน่อย วีระบุรุษจริงๆ ช่องนี้ไม่ได้ดูนานแล้วเลยตกข่าว ต่อไปจะได้กลับมาแอบดูใหม่ surasc (2 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055612 คัดค้านสสร.3 ฉบับ (อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่) รับลูกป๋า ::: ผลักดัน ร่างรธน.ประชาชน ฉบับ คปพร. สิงห์สนามหลวง (0 - 2 ต.ค. 51 15:20)
P7055610 คุณคิดว่าทำไมวิศาลไม่ชกสวนชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] endless man (7 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055588 แปลกใจจริงๆ รูปคนที่ไปด่านายกฯลงที่แมเนเจอร์เป็นพระเจ้า แต่พอเอามาลงบ้างในนี้ สาวกดิ้นกันพล่านหาว่าผิดกฏหมาย..ตลกดี gasman.a (10 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055582 การที่คุณชูวิทย์ ต่อย นายวิศาล ครั้งนี้ ผลคะแนนเสียงของเขาจะเป็นอย่างไร [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] saipin (21 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055576 สงสารวิศาล (จะโดนยำมั้ยเนี่ย กระทู้นี้) [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] EveRcLair (24 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055573 ใครมีคลิปข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ วันนี้ที่เป็นเรื่องกันนี่ล่ะค่ะ ช่วยใส่ yutube ให้หน่อยเถอะ จันทร์เจ้าฉาย (4 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055566 พลังประชาชน ครับถ้าคุณถอนตัวคุณประภัสจากการลงรับสมัครผู้ว่า กทม. รับรองคุณ อภิรักษ์ พรรค ปชป ไม่ได้เป็นผู้ว่าแน่ครับ TaToTaT (5 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055560 ถ้า "พันธมิตร" ยังมีสามัญสำนึก!!! ควรเลิกชุมนุม..ก่อนงานพระศพ [การเมือง] กำแพงเงิน (1 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055551 คิดแบบ เทพเทือก ปราศรัย แบบเอามันสะใจ อยากรู้นักถ้าโดนแบบรัฐบาลบ้างจะเป็นยังไง ไฟเขียวผ่านตลอด (0 - 2 ต.ค. 51 15:05)
P7055548 คะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่า กทม ไหลมาเทมาให้นายชูวิทย์ กลมวิศิษฐ์ อย่างท่วมท้น หลังจาก... rccola (8 - 2 ต.ค. 51 15:39)
P7055546 เอ้าโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผมเลือกผู้ว่า กทม. คนใหม่ได้แล้ว ชูวิทย์ นายแน่มาก คนแหกคุก (5 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055540 ทำไมคนในผู้จัดาการด่าชูวิทย์ ในพันทิพย์เชียร์ชูวิทย์ [การเมือง] Nongkhai_tong (8 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055538 การควบคุมอารมณ์น่าจะเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดีนะคะพี่น้อง ไม่เป็นไรจริงๆ (3 - 2 ต.ค. 51 15:42) P7055534 ชูวิทย์ คะแนนคุณเลือกตั้งคุณหายแล้ว หอมมาก (19 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055524 ท่านชูวิทย์ ต่อยหน้าวิศาลหงาย แล้วเตะซ้ำที่ชายโครงจนล้มลง ยังไม่พอกระทืบซ้ำไปที่หัวอีกหลายที จนมีคนมาห้าม เด็กดีดี500 (17 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055517 วิศาล ให้สัมภาษณ์ว่า ถูกเตะกระทั่งล้มลงศีรษะฟาดหัว ... กบในกะลาแตก (16 - 2 ต.ค. 51 15:43)
P7055514 ***รักพี่ อย่าเสียดายน้อง*** 3bww (1 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055510 ความเหมือนที่แตกต่าง ระหว่างอดีตนายกสมัครกับชูวิทย์ rccola (4 - 2 ต.ค. 51 15:32) P7055507 ขอแสดงความนับถือด้วยความเคารพอย่างสูง กับผลงานขององคมนตรี (Privy Council) ในดวงใจ Sheervy (3 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055490 ชูวิทย์ กับฉายาใหม่ หอมมาก (6 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055486 ศาล...เ...อ้...ย..โดนซะมั่ง สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนอะไร ศาลควรทบทวนดูบ้าง ดาวกาแฟ07 (6 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055485 วิศาล ร้องไห้ทั้งน้ำตา ชูวิทย์ต่อยผม... rccola (14 - 2 ต.ค. 51 15:39)
P7055483 ใครหนอช่างปล่อยข่าวว่า แกนนำสนธิ หนีไปเมืองจีน เมื่อคืนเห็นยังออก แอสทีวีอยู่เลย [การเมือง] สุดท้ายตายทุกคน (0 - 2 ต.ค. 51 14:50)
P7055481 รอดูข่าวครับ ว่านักข่าวจะมีใครเอียงเข้าข้าง"วิศาลสื่อเลว"แบบไม่ลืมหูลืมตาบ้าง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] In Black Corner (2 - 2 ต.ค. 51 15:20)
P7055476 ชูวิทย์ คุณกล้าดี ผมเลือกคุณแน่ 5 เสียง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] ฐาปณี (4 - 2 ต.ค. 51 15:33)
P7055474 ตราประทับจากศาลส่งถึงท่านสมัคร(เอาฮาอย่างเดียว) tz5kalahan (0 - 2 ต.ค. 51 14:47) P7055471 "อภิรักษ์" ส่อโดนใบเหลือง..มติกกต. 3 ต่อ 5 ชี้มีมูล!!! [การเมือง] กำแพงเงิน (1 - 2 ต.ค. 51 15:14)
P7055468 ท่านเห็นด้วยหรือไม่หากกลุ่มสื่อมวลชนกล่าวหาว่า ชูวิทย์ คุกคามสื่อ [การเมือง] Nik Assassin (19 - 2 ต.ค. 51 15:45)
P7055444 ชูวิทย์"ยอมรับชก"วิศาล"จริงหลังถูกด่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย Sky (51 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055441 ทำไมชาวเวปเค้าถึงสะใจกันนักที่เห็นวิศาลถูกชก ไฟเขียวผ่านตลอด (29 - 2 ต.ค. 51 15:41) P7055438 สมาคมนักข่าวคร๊าบบ อย่างนี้คุกคามสื่อมั้ย... [การเมือง] hs5ely (5 - 2 ต.ค. 51 15:41) P7055433 ขอคารวะ คุณชูวิทย์ กมลวิศิษย์ นักเลงตัวจริง [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] In Black Corner (7 - 2 ต.ค. 51 15:28)
P7055422 ลองคิดดู...ขนาดคนอย่างชูวิทย์ ยังชก วิศาล cpachurn (10 - 2 ต.ค. 51 15:22)
P7055421 "และ แล้ว ก็ ถึงเวลา ที่ ช่อง 3 จะได้พิจารณา ตัวเอง" natacom (8 - 2 ต.ค. 51 15:47) P7055407 อย่ามาว่า เฮียชูผมนะว่า ใจร้อน ขาดสติ.. [การเมือง] hs5ely (8 - 2 ต.ค. 51 15:25) P7055405 ขอบคุณ คุณ ชูวิทย์ คุณทำให้ผมหายเครียด ขอบคุณ..... cpachurn (9 - 2 ต.ค. 51 15:22) P7055402 อยากถามนายวิศาลหน่อย [การเมือง] Pete Chakky (13 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055393 นายชูวิทย์ชกนายวิศาล สมควรหรือไม่ sangoop (25 - 2 ต.ค. 51 15:31)
P7055392 ผมให้ใจ... เลย ครับ คุณ ชูวิทย์ อาทิตย์ ยังไงก็ได้คะแนนผม..... [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] giwgaw16 (0 - 2 ต.ค. 51 14:28)
P7055381 เบอร์ 8 จะได้เป็นผู้ว่าก็เพราะหมัดนี้แหละ หึหึ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] คำหนาน (4 - 2 ต.ค. 51 15:47)
P7055366 ผิดหวังนักการเมืองอย่าง.....คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ Toom McCartney (26 - 2 ต.ค. 51 15:47) P7055343 ชูวิทย์ นายแน่มาก [การเมือง] โจรา (10 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055339 มาดักคอ สมาคมนักข่าว กัน -- กรณี ชูวิทย์ ชก วิศาล [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] ตี๋แกงป่า (14 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055315 ล่าสุด...ชูวิทย์ที่ช่อง 9 [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] นัยนะ (5 - 2 ต.ค. 51 15:25)
P7055311 "ชูวิทย์" สงสัย "พันธมิตรฯ" ตรวจสอบทุกคน..แต่กลับยกเว้น ปชป.!!! [การเมือง] กำแพงเงิน (6 - 2 ต.ค. 51 15:42)
P7055306 วิศาล กำลังแก้ตัวที่ ข่าวnation nonfarm (8 - 2 ต.ค. 51 15:18) P7055296 เรียกร้องให้ จมูกมด โดยเฉพาะ กนก ปากเบะ เชิญ เฮียชูวิทย์ [ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 51] บล็อคปาหัว (3 - 2 ต.ค. 51 15:23) P7055285 สาบานว่าผมเครียดมากจริงๆๆๆๆครับ [การเมือง] RB-25 (2 - 2 ต.ค. 51 15:20) P7055267 ขอคลิปชูวิทย์ด้วยครับพี่น้อง ธนูไฟ (21 - 2 ต.ค. 51 15:44)
P7055266 ขอรบกวนผู้รุ้ช่วยผมหน่อยครับ GEAR NU 47 (2 - 2 ต.ค. 51 14:23)
P7055254 ข่าวด่วน ชูวิทย์ ชกคุณวิศาล คว่ำคห้องส่ง ชอง3 [การเมือง] vijsurin (28 - 2 ต.ค. 51 15:45) P7055239 นี่หรือ การเมืองใหม่ นี่หรือ ประชาภิวัฒน์ บทความ จาก ข่าวสด ไฟเขียวผ่านตลอด (1 - 2 ต.ค. 51 14:29)
P7055235 ช่วยเช็คข่าวกันหน่อย ใด้รับ SMS มา pmw (3 - 2 ต.ค. 51 14:47)
P7055224 วิศาล!!! โดนชกแล้วค๊าบบบบบบบบบบบบบบบบ!!! ตาชิโบ (14 - 2 ต.ค. 51 15:34) P7055212 ชูวิทย์ชกวิศาลคว่ำคาห้องส่งช่อง 3 หลังจบรายการ คาปูชิโน (57 - 2 ต.ค. 51 15:42) P7055196 ชูวิทย์ ชก วิศาลคว่ำคาห้องส่ง WS:IOA (22 - 2 ต.ค. 51 15:39)
ศีรษะฟาดหัว

"ชูวิทย์"เดือดชกหน้า"วิศาล ดิลกวณิช" หลังสัมภาษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ก่อเหตุชกต่อยนายวิศาล ดิลกวณิชย์ ผู้ดำเนินรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม โดยล่าสุด นายวิศาลได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อแล้ว
หลังเกิดเหตุ นายวิศาล ดิลกวานิช ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้ารับการตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวชว่า หลังจากตนให้แพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมออกเอกสารใบรับรองการแพทย์แล้ว จะเดินทางไปยัง สน.ทองหล่ออีกครั้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ จากนั้นจะเปิดแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนถูกนายชูวิทย์ต่อย ตีศอก ถูกเตะกระทั่งล้มลงศีรษะฟาดหัว จนรู้สึกมึนงง แต่นายชูวิทย์ก็ตามมากระทืบซ้ำ กระทั่งทีมงานต้องเข้ามาห้าม ตนคิดว่า การทำงานคือการซักถาม เพื่อให้นายชูวิทย์ตอบว่าทำอะไรเพื่อประชาชน ซึ่งนายชูวิทย์ตอบไม่ชัดเจน จึงต้องเน้นย้ำประเด็นคำถาม จนสร้างความไม่พอใจนำมาสู่การทำร้ายร่างกายครั้งนี้
เว็บพันธ์ทิพย์โพสต์กระทู้ "ชูวิทย์-วิศาล" ไฟแล่บ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บบอร์ด พันธ์ทิพย์ดอทคอม ในห้องราชดำเนิน มีการตั้งกระทู้เกี่ยวกับข่าวระหว่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับนายวิศาล ดิลกวณิชย์ ผู้ดำเนินรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 โดยส่วนใหญ่ที่ติดตามการสัมภาษณ์ของนายวิศาล ระบุตรงกันว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ดุเด็ดเผ็ดมัน จนกระทั่งหวั่นว่าอาจเกิดเหตุชกกันได้ และในที่สุดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ตั้งกระทู้และตอบกระทู้ส่วนใหญ่ เห็นว่าการสัมภาษณ์ของนายวิศาลรุนแรงเกินไป มีการนำข้อมูลที่อยู่หลังเวทีออกมาพูดข้างนอก หรือแม้แต่คำถามที่ระบุว่า จะดูแลคนชั้นกลางที่กินเงินเดือนในกรุงเทพอย่างไร นายชูวิทย์ ก็สวนกันไปด้วยอารมณ์ว่า "ผมสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ไม่ใช่นายกฯ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บบอร์ด พันธ์ทิพย์ดอทคอม ในห้องราชดำเนิน มีการตั้งกระทู้เกี่ยวกับข่าวระหว่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับนายวิศาล ดิลกวณิชย์ ผู้ดำเนินรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 โดยส่วนใหญ่ที่ติดตามการสัมภาษณ์ของนายวิศาล ระบุตรงกันว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ดุเด็ดเผ็ดมัน จนกระทั่งหวั่นว่าอาจเกิดเหตุชกกันได้ และในที่สุดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ตั้งกระทู้และตอบกระทู้ส่วนใหญ่ เห็นว่าการสัมภาษณ์ของนายวิศาลรุนแรงเกินไป มีการนำข้อมูลที่อยู่หลังเวทีออกมาพูดข้างนอก หรือแม้แต่คำถามที่ระบุว่า จะดูแลคนชั้นกลางที่กินเงินเดือนในกรุงเทพอย่างไร นายชูวิทย์ ก็สวนกันไปด้วยอารมณ์ว่า "ผมสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ไม่ใช่นายกฯ"
วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551
อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป
กรุงเทพฯ/บรัสเซลล์ 22 กันยายน 2551 : ประเทศไทยต้องยึดมั่นในแก้ไขปัญหา ตามวิถีทางประชาธิปไตยและอย่างสันติ ในการแสวงหาทางออกจากวิกฤตการเมือง
“ประเทศไทย: ลดอุณหภูมิวิกฤตการเมือง” (Thailand: Calming the Political Turmoil) เป็นรายงานชิ้นล่าสุด จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ซึ่งได้วิเคราะห์การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เรียกร้องให้รัฐบาล นำโดยพรรคพลังประชาชน ลงจากอำนาจ หลังจากพรรคนี้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเก้าเดือนที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างกลุ่มที่ต่อต้าน และสนับสนุนรัฐบาล ได้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน มีความวิตกว่า สถานการณ์ความวุ่นวาย อาจจะ นำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
“การล้มรัฐบาล ไม่ว่าจะด้วยการชุมนุมประท้วง หรือการก่อรัฐประหาร จะสร้างผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย” รุ่งรวี เฉลิม ศรีภิญโญรัช นักวิเคราะห์ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ประจำประเทศไทยกล่าว “มันจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่กำลังสร้างความแตกแยกอย่างรุนแรงในประเทศไทย ในขณะนี้”
สิ่งที่มีความสำคัญเร่งด่วนขณะนี้ คือการดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มิใช่เพราะว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น สมบูรณ์และปราศจากข้อผิดพลาด หากแต่เป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเสถียรภาพของประเทศ ชนชั้นนำของไทยควรจะหยุดส่งสัญญาณอันคลุมเครือ และแสดงการสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาไว้ซึ่งหลักแห่งกฎหมาย กลุ่มพันธมิตรฯ ควรจะเลิกการยึดทำเนียบรัฐบาล ผู้นำทหารระดับสูงควรจะเข้าไปมีบทบาท ในการเจรจากับพันธมิตรฯ นอกเหนือจากการเจรจาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรจะวางมาตรการเป็นขั้นเป็นตอน ในการจัดการให้กลุ่มพันธมิตรออกจากทำเนียบฯ โดยไม่ใช้ความรุนแรง
รัฐธรรมนูญปี 2550 นี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งร่างขึ้นโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่คัดเลือกโดยคณะรัฐประหาร ได้ให้อำนาจกับระบบราชการและศาลมากเกินไป ในการระงับการดำเนินการของรัฐบาล กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญ กล่าวคือ การหาสมดุลระหว่างการสร้างกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และการให้อำนาจกับรัฐบาล ในระดับที่เหมาะสม ที่จะไม่ทำให้ รัฐบาล ตกอยู่ในสภาพพิการและปฏิบัติหน้าที่ใดๆ แทบไม่ได้
“ประเทศไทยนั้น มักจะถูกมองว่า เป็นแบบอย่างของระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาค ประชาคมโลกควรจะติดตามอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะกลับไปสู่ระบอบการปกครองโดยทหาร หรือชนชั้นนำอีกหรือไม่” นายจอห์น เวอร์โก้ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป กล่าว “เพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน ควรที่จะส่งสัญญาณเตือนว่า พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ หากเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”
“ประเทศไทย: ลดอุณหภูมิวิกฤตการเมือง” (Thailand: Calming the Political Turmoil) เป็นรายงานชิ้นล่าสุด จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ซึ่งได้วิเคราะห์การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เรียกร้องให้รัฐบาล นำโดยพรรคพลังประชาชน ลงจากอำนาจ หลังจากพรรคนี้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเก้าเดือนที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่างกลุ่มที่ต่อต้าน และสนับสนุนรัฐบาล ได้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน มีความวิตกว่า สถานการณ์ความวุ่นวาย อาจจะ นำไปสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง
“การล้มรัฐบาล ไม่ว่าจะด้วยการชุมนุมประท้วง หรือการก่อรัฐประหาร จะสร้างผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย” รุ่งรวี เฉลิม ศรีภิญโญรัช นักวิเคราะห์ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป ประจำประเทศไทยกล่าว “มันจะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่กำลังสร้างความแตกแยกอย่างรุนแรงในประเทศไทย ในขณะนี้”
สิ่งที่มีความสำคัญเร่งด่วนขณะนี้ คือการดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มิใช่เพราะว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น สมบูรณ์และปราศจากข้อผิดพลาด หากแต่เป็นสิ่งจำเป็น ที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเสถียรภาพของประเทศ ชนชั้นนำของไทยควรจะหยุดส่งสัญญาณอันคลุมเครือ และแสดงการสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาไว้ซึ่งหลักแห่งกฎหมาย กลุ่มพันธมิตรฯ ควรจะเลิกการยึดทำเนียบรัฐบาล ผู้นำทหารระดับสูงควรจะเข้าไปมีบทบาท ในการเจรจากับพันธมิตรฯ นอกเหนือจากการเจรจาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรจะวางมาตรการเป็นขั้นเป็นตอน ในการจัดการให้กลุ่มพันธมิตรออกจากทำเนียบฯ โดยไม่ใช้ความรุนแรง
รัฐธรรมนูญปี 2550 นี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งร่างขึ้นโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่คัดเลือกโดยคณะรัฐประหาร ได้ให้อำนาจกับระบบราชการและศาลมากเกินไป ในการระงับการดำเนินการของรัฐบาล กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญ กล่าวคือ การหาสมดุลระหว่างการสร้างกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และการให้อำนาจกับรัฐบาล ในระดับที่เหมาะสม ที่จะไม่ทำให้ รัฐบาล ตกอยู่ในสภาพพิการและปฏิบัติหน้าที่ใดๆ แทบไม่ได้
“ประเทศไทยนั้น มักจะถูกมองว่า เป็นแบบอย่างของระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาค ประชาคมโลกควรจะติดตามอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะกลับไปสู่ระบอบการปกครองโดยทหาร หรือชนชั้นนำอีกหรือไม่” นายจอห์น เวอร์โก้ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป กล่าว “เพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน ควรที่จะส่งสัญญาณเตือนว่า พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ หากเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”
ชูวิทย์ มาแล้ว
มติชนรายงานโค้งสุดท้ายชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. "ชูวิทย์" ออกมาถล่ม "อภิรักษ์" ปมจัดซื้อรถดับเพลิง พร้อมยื่นหนังสือจี้ ป.ป.ช.เร่งสรุปผลสอบ "หล่อเล็ก"
วันที่ 1 ตุลาคม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 8เดินทางไปที่บริเวณป้ายรถเมล์ตรงข้ามรัฐสภา พร้อมเปิดแถลงข่าวเรื่องปัญหาการจัดซื้อรถดับเพลิง ของ กทม. โดยนำหุ่นจำลองสวมชุดดับเพลิง และรถดับเพลิงของเล่นมาประกอบการแถลงว่า
ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้เร่งรีบเปิดแอล/ซี มีพิรุธในการเซ็นลงนาม โดยใช้ลายมือ ไม่ใช้ตราประทับ และเซ็นขณะบัญชาการเจ้าหน้าที่ กทม.เข้าไปกู้ภัยตึกถล่ม เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2547 อีกทั้ง ยังมีคนชื่อ พ.ในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารเปลี่ยนแปลงแอล/ซี โดยตัดคำว่าประเทศไทยออก ทำให้ Loading ประเทศไทยไม่ได้ ต้องนำไปข้ามน้ำข้ามทะเลที่ประเทศออสเตรียมา ทั้งๆ ที่รถและเรือดับเพลิงดังกล่าวผลิตในประเทศไทย เป็นการหลบเลี่ยงที่ไม่โปร่งใส
"นอกจากนี้ ยังพบว่า บริษัท สไตเออร์ฯ ประเทศออสเตรีย ไม่ได้ซื้อสินค้าไปจริงๆ เนื่องจากสัญญาการค้าต่างตอบแทนไก่ต้มสุกกับรถดับเพลิงนั้น สินค้าดังกล่าว บริษัท ซีพีฯ ต้องขายต่างประเทศอยู่แล้ว แต่มาหลอกคณะรัฐมนตรี ให้เห็นว่า มีสัญญาต่างตอบแทนจริง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความร่วมมือของบริษัทไทย ที่มาหลอกคนไทยทั้งประเทศ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับผิดชอบ พร้อมชี้แจงตอบโต้ข้อกล่าวหา และผมจะไปยื่นหนังสือที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดสรุปผลสอบกรณีดังกล่าว"
นอกจากนี้ นายชูวิทย์กล่าวว่า น่าสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่ตรวจสอบคนอื่นเสมอ เป็นพรรคที่หลายคนคิดว่ามีคุณธรรมสูง รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็เห็นว่าคนอื่นเลวหมด "ผมถามหน่อย (กลุ่มพันธมิตร) ตรวจสอบทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ตรวจสอบทุกคน แต่กลับยกเว้นพรรคนี้ นายอภิสิทธิ์ตรวจสอบทุกคน แต่ทำไมไม่ตรวจสอบนายอภิรักษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรค" นายชูวิทย์กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวไม่สนใจว่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ ตนไม่สนใจ ไม่ได้เป็นก็อยู่ได้ แต่ความเป็นธรรมต้องเกิดขึ้น
วันที่ 1 ตุลาคม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 8เดินทางไปที่บริเวณป้ายรถเมล์ตรงข้ามรัฐสภา พร้อมเปิดแถลงข่าวเรื่องปัญหาการจัดซื้อรถดับเพลิง ของ กทม. โดยนำหุ่นจำลองสวมชุดดับเพลิง และรถดับเพลิงของเล่นมาประกอบการแถลงว่า
ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้เร่งรีบเปิดแอล/ซี มีพิรุธในการเซ็นลงนาม โดยใช้ลายมือ ไม่ใช้ตราประทับ และเซ็นขณะบัญชาการเจ้าหน้าที่ กทม.เข้าไปกู้ภัยตึกถล่ม เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2547 อีกทั้ง ยังมีคนชื่อ พ.ในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารเปลี่ยนแปลงแอล/ซี โดยตัดคำว่าประเทศไทยออก ทำให้ Loading ประเทศไทยไม่ได้ ต้องนำไปข้ามน้ำข้ามทะเลที่ประเทศออสเตรียมา ทั้งๆ ที่รถและเรือดับเพลิงดังกล่าวผลิตในประเทศไทย เป็นการหลบเลี่ยงที่ไม่โปร่งใส
"นอกจากนี้ ยังพบว่า บริษัท สไตเออร์ฯ ประเทศออสเตรีย ไม่ได้ซื้อสินค้าไปจริงๆ เนื่องจากสัญญาการค้าต่างตอบแทนไก่ต้มสุกกับรถดับเพลิงนั้น สินค้าดังกล่าว บริษัท ซีพีฯ ต้องขายต่างประเทศอยู่แล้ว แต่มาหลอกคณะรัฐมนตรี ให้เห็นว่า มีสัญญาต่างตอบแทนจริง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความร่วมมือของบริษัทไทย ที่มาหลอกคนไทยทั้งประเทศ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับผิดชอบ พร้อมชี้แจงตอบโต้ข้อกล่าวหา และผมจะไปยื่นหนังสือที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดสรุปผลสอบกรณีดังกล่าว"
นอกจากนี้ นายชูวิทย์กล่าวว่า น่าสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคที่ตรวจสอบคนอื่นเสมอ เป็นพรรคที่หลายคนคิดว่ามีคุณธรรมสูง รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็เห็นว่าคนอื่นเลวหมด "ผมถามหน่อย (กลุ่มพันธมิตร) ตรวจสอบทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ตรวจสอบทุกคน แต่กลับยกเว้นพรรคนี้ นายอภิสิทธิ์ตรวจสอบทุกคน แต่ทำไมไม่ตรวจสอบนายอภิรักษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรค" นายชูวิทย์กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวไม่สนใจว่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ ตนไม่สนใจ ไม่ได้เป็นก็อยู่ได้ แต่ความเป็นธรรมต้องเกิดขึ้น
เริ่มสลายย่อย"พลังประชาชน" ให้เล็กลงแล้ว
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวยุติการปฏิบัติหน้าที่รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน ว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย จากนี้จะให้รองโฆษกพรรคทำหน้าที่แทน การทำหน้าที่มา 2 ปีกว่า ต้องฝ่าวิกฤติในการต่อสู้เผด็จการ ต้องทำงานหนักตอบโต้กับคนที่ใช้อำนาจเผด็จการ ถึงจะโดนฟ้องร้องตนก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพรรคเพราะถือเป็นหน้าที่ "ที่มาแถลงในวันนี้ไม่ใช่ เพราะผิดหวังหรืออกหักจากตำแหน่ง เพราะตอนที่พรรคชนะเลือกตั้งก็ไม่เคยไปวิ่งเต้น ไม่เช่นนั้นคงตีรวนไปแล้ว เพราะทำหน้าที่เคียงคู่กับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯมาตั้งแต่แรก จนพรรคได้รับชัยชนะ แต่ในพรรคขอยกไว้ 3 คนคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ
ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า ที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือนายสมัคร ที่ต้องตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรค ทำให้ภาระหนักบนบ่าของทุกคนในพรรคหมดไป และตนก็สิ้นสภาพไปก่อนที่จะโดนปลด ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่า แถลงข่าวที่บิดเบือนมติพรรคนั้นเไม่เป็นความจริง การที่ตนออกมาแถลงข่าวว่าพรรคสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 นั้นก็เกิดจากมติพรรคจริง ๆ แต่ก็มีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มอีสานพัฒนาออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน โดยมองว่านายสมัครเป็นนายกฯ ต่อไปก็จะทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้เปรียบมีอำนาจจัดการทางการเมือง จึงเกิดความขัดแย้ง หากมีการกล่าวหาคนอื่นว่าเป็นแก็งออฟโฟร์ ซึ่งตนไม่ให้ค่าของคนคนนี้ "ในช่วงที่เคลื่อนไหวทางการเมืองก็เคยอยู่กับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เคยเห็นหน้ากันหลายครั้งเพราะเป็นส.ส.อีสานด้วยกัน แต่ตอนหลังผิดใจกันอย่างไรก็ไม่ทราบจึงแยกตัวออกมา ซึ่งใครจะไปวางแผนอะไรกับใครตนไม่อยากจะเปิดเผย แต่ถ้ามาตอแยกับตนไม่เลิกในอนาคตตนก็อาจจะออกมาพูดในฐานะส.ส.ได้" ร.ท.กุเทพ กล่าว
ร.ท.กุเทพ กล่าวต่อว่า หากใครยังมาตอแยกับตน ตนก็จะตอบโต้ เพราะรู้และเห็นถึงความพยายามของคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ทำเพราะไม่ไว้ใจเพื่อน จึงช่วงชิงฉกฉวย ลุกลี้ลุกลน เข้ามาจัดการอำนาจทางการเมือง ขณะที่เรายังยึดมาตรการไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน การที่นายสมัคร พลาดท่าในสภา หากเกิดจากพรรคอื่น จะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เกิดจากคนในพรรคเดียวกัน ท่านจึงรู้สึกเจ็บปวด และเมื่อมีการผลักดันนายสมชาย ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีว่าท้ายที่สุดนายสมชายก็จะต้องได้รับเลือก ด้วยการทำลายล้างทางการเมืองของคนในพรรค ที่มีจิตใจเชือดเฉือน ไม่คำนึกถึงการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่วิสัยของพรรคการเมือง และไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ ซึ่งทุกก้าวย่างของบุคคลพวกนี้ ตนมีข้อมูลอธิบายได้
"รู้อยู่ว่า คมช.วางกฎเกณฑ์ เพื่อจะทำลายล้างพรรคการเมือง แต่เราเสียใจที่การเมืองมาทำลายล้างกันภายในพรรค วันนี้พรรคตกอยู่ในสภาพจะโดนยุบอยู่แล้วคนที่กระโจนขึ้นไปจากพรรค พอลมเปลี่ยนทิศมองกลับมาเห็นว่าพอมีเศษอาหารเหลืออยู่บ้างก็กลับเข้ามา วันนี้อยากเล่นเกมบ้าๆ บอๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้เบื้องหลังทุกคน ว่าใครเคยด่า พ.ต.ท.ทักษิณ แต่สุดท้ายต้องไปกราบขอโทษเพื่อลงสมัคร และตอนนี้ก็ประกาศตัวว่าจะลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ร้อยเอ็ดในนามพรรคเพื่อไทย แต่ตอนนี้ต้องมาวิ่งเป็นเลขารัฐมนตรี ”
ร.ท.กุเทพ กล่าวอีกว่า วันนี้ทั้งนายสมัคร และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการเลขาธิการพรรค และตน เราพอแล้ว เหนื่อยกับการต่อสู้ ถึงจะตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็ไม่มีความสำคัญ เพราะต้องรอวันถูกยุบพรรค ซึ่งเราไม่ได้กระทำ แต่ใครทำทุกคนก็รู้อยู่ แต่เราต้องมาติดกับซาก เรือที่กำลังจม ต่อไปใครจะจัดการอย่างไร ก็อย่าหยามเหยียดศักดิ์ศรีของคนอื่นการทำงานต่อจากนี้รอนับวันพลังประชาชนถูกยุบพรรคเท่านั้น และสังคมก็รู้ดีว่าเกิดจากพฤติกรรมของใคร จนทำให้ทุกคนในพรรคได้รับผลกระทบเดือดร้อน รอวันจมไปพร้อมกับซากของพรรคพลังประชาชน โดยไม่มีโอกาสกระโดดไปพรรคอื่น
ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า ที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ คือนายสมัคร ที่ต้องตัดสินใจลาออกจากหัวหน้าพรรค ทำให้ภาระหนักบนบ่าของทุกคนในพรรคหมดไป และตนก็สิ้นสภาพไปก่อนที่จะโดนปลด ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่า แถลงข่าวที่บิดเบือนมติพรรคนั้นเไม่เป็นความจริง การที่ตนออกมาแถลงข่าวว่าพรรคสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 นั้นก็เกิดจากมติพรรคจริง ๆ แต่ก็มีกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มอีสานพัฒนาออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน โดยมองว่านายสมัครเป็นนายกฯ ต่อไปก็จะทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งได้เปรียบมีอำนาจจัดการทางการเมือง จึงเกิดความขัดแย้ง หากมีการกล่าวหาคนอื่นว่าเป็นแก็งออฟโฟร์ ซึ่งตนไม่ให้ค่าของคนคนนี้ "ในช่วงที่เคลื่อนไหวทางการเมืองก็เคยอยู่กับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เคยเห็นหน้ากันหลายครั้งเพราะเป็นส.ส.อีสานด้วยกัน แต่ตอนหลังผิดใจกันอย่างไรก็ไม่ทราบจึงแยกตัวออกมา ซึ่งใครจะไปวางแผนอะไรกับใครตนไม่อยากจะเปิดเผย แต่ถ้ามาตอแยกับตนไม่เลิกในอนาคตตนก็อาจจะออกมาพูดในฐานะส.ส.ได้" ร.ท.กุเทพ กล่าว
ร.ท.กุเทพ กล่าวต่อว่า หากใครยังมาตอแยกับตน ตนก็จะตอบโต้ เพราะรู้และเห็นถึงความพยายามของคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ทำเพราะไม่ไว้ใจเพื่อน จึงช่วงชิงฉกฉวย ลุกลี้ลุกลน เข้ามาจัดการอำนาจทางการเมือง ขณะที่เรายังยึดมาตรการไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน การที่นายสมัคร พลาดท่าในสภา หากเกิดจากพรรคอื่น จะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เกิดจากคนในพรรคเดียวกัน ท่านจึงรู้สึกเจ็บปวด และเมื่อมีการผลักดันนายสมชาย ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีว่าท้ายที่สุดนายสมชายก็จะต้องได้รับเลือก ด้วยการทำลายล้างทางการเมืองของคนในพรรค ที่มีจิตใจเชือดเฉือน ไม่คำนึกถึงการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่วิสัยของพรรคการเมือง และไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ ซึ่งทุกก้าวย่างของบุคคลพวกนี้ ตนมีข้อมูลอธิบายได้
"รู้อยู่ว่า คมช.วางกฎเกณฑ์ เพื่อจะทำลายล้างพรรคการเมือง แต่เราเสียใจที่การเมืองมาทำลายล้างกันภายในพรรค วันนี้พรรคตกอยู่ในสภาพจะโดนยุบอยู่แล้วคนที่กระโจนขึ้นไปจากพรรค พอลมเปลี่ยนทิศมองกลับมาเห็นว่าพอมีเศษอาหารเหลืออยู่บ้างก็กลับเข้ามา วันนี้อยากเล่นเกมบ้าๆ บอๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้เบื้องหลังทุกคน ว่าใครเคยด่า พ.ต.ท.ทักษิณ แต่สุดท้ายต้องไปกราบขอโทษเพื่อลงสมัคร และตอนนี้ก็ประกาศตัวว่าจะลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ร้อยเอ็ดในนามพรรคเพื่อไทย แต่ตอนนี้ต้องมาวิ่งเป็นเลขารัฐมนตรี ”
ร.ท.กุเทพ กล่าวอีกว่า วันนี้ทั้งนายสมัคร และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการเลขาธิการพรรค และตน เราพอแล้ว เหนื่อยกับการต่อสู้ ถึงจะตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็ไม่มีความสำคัญ เพราะต้องรอวันถูกยุบพรรค ซึ่งเราไม่ได้กระทำ แต่ใครทำทุกคนก็รู้อยู่ แต่เราต้องมาติดกับซาก เรือที่กำลังจม ต่อไปใครจะจัดการอย่างไร ก็อย่าหยามเหยียดศักดิ์ศรีของคนอื่นการทำงานต่อจากนี้รอนับวันพลังประชาชนถูกยุบพรรคเท่านั้น และสังคมก็รู้ดีว่าเกิดจากพฤติกรรมของใคร จนทำให้ทุกคนในพรรคได้รับผลกระทบเดือดร้อน รอวันจมไปพร้อมกับซากของพรรคพลังประชาชน โดยไม่มีโอกาสกระโดดไปพรรคอื่น
วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551
การให้เหตุผลทางกฎหมายและการตีความในคำพิพากษาของศาล
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการให้เหตุผลทางกฎหมายและการตีความในคำพิพากษาของศาล
ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13835
ในช่วงระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ผ่านมา สังคมไทยได้มีวาทกรรมตุลาการภิวัฒน์ขึ้น โดยวาทกรรมนี้ถูกเสนอขึ้นในสังคมไทยโดยมุ่งหมายจะให้ประชาชนเข้าใจว่า ตุลาการภิวัฒน์หมายถึง กรณีองค์กรตุลาการเข้ามาเเก้ไขปัญหาความขัดเเย้งทางการเมือง รวมถึงการขจัดปัญหาการทุจริตของนักการเมือง ซึ่งเป็นการบิดเบือนความหมายที่เเท้จริงของ Judicialization หรือ Judicial Activism ในภาษาอังกฤษที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งหมายถึง การควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือการกระทำของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในทางตรงกันข้าม ตุลาการภิวัฒน์ ในสังคมไทยถูกนำเสนอขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรม ที่จะใช้อำนาจตุลาการ ในการใช้เเละตีความ “กฎหมาย” เพื่อตัดตอนอำนาจทางการเมือง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายอำมาตยธิปไตย โดยเนื้อหาหรือข้อความ ที่ปรากฎในคำพิพากษา มีข้อความในเชิงว่ากล่าว ตำหนิ อบรมสั่งสอน ฯลฯ ไปด้วย ซึ่งผิดปกติวิสัยลักษณะของคำพิพากษา ที่มุ่งจะวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ที่เป็นประเด็นข้อพิพาทเท่านั้น ข้อเขียนนี้ อธิบายลักษณะเเละหน้าที่ของคำพิพากษา รวมถึงวิธีการตีความกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ ในการวิจารณ์ตุลาการภิวัฒน์ในสังคมไทยต่อไป
หน้าที่ของคำพิพากษา
ตามระบบกฎหมายของภาคพื้นยุโรป เช่น ประเทศฝรั่งเศส คำพิพากษาของศาลจะสั้น กระชับ ไม่ยืดยาว โดยคำพิพากษาจะประกอบด้วย “ข้อเท็จจริงของคดี” และ “หลักกฎหมาย” ที่ใช้ในการตัดสินคดีเท่านั้น คำพิพากษาจะละเว้นไม่กล่าวถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย ผู้พิพากษาชื่อว่า P.Mimin ได้ตำหนิผู้พิพากษาที่พยายามสอดแทรกข้อโต้แย้งทางนโยบาย (Policy argument) ความเห็นส่วนตัว (Personal views) หรือความไร้สาระ (nonsense) อื่นๆ ไว้ในคำพิพากษา[1] ทำนองเดียวกับศาลของออสเตรเลียที่เห็นว่าข้อโต้แย้งด้านนโยบายไม่ควรปรากฏในคำพิพากษา[2] พูดง่ายๆก็คือ ข้อโต้แย้งด้านนโยบายมิใช่เป็นเรื่องของศาลแต่เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ
ในทางตรงกันข้าม หากกลับมาพิจารณาคำพิพากษาของศาลไทยในช่วงหลังรัฐประการ 19 กันยายนที่ผ่านมาจะพบว่า เนื้อหาของคำพิพากษาบางตอนมิได้เกี่ยวข้องกับการอธิบายหลักกฎหมายหรือการตีความถ้อยคำทางกฎหมาย แต่มีความพยายามสอดแทรกทรรศนะคติ ความรู้สึกทางศีลธรรม ความควรความไม่ควร ฯลฯ การพยายามที่จะใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พิพากษาให้ปรากฎในคำพิพากษาไม่ว่าแรงจูงใจจะดีเพียงใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มิใช่สาระสำคัญของคำพิพากษาแต่ประการใด คำพิพากษาที่ดีต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นที่ยุติ และหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ชัดเจนและอธิบายได้ คำพิพากษาของศาลมิใช่เป็นช่องทางสำหรับการอบรมสั่งสอนจริยธรรมว่าอะไรควรอะไรไม่ควร หรือว่ากล่าวตำหนิติเตียนผู้หนึ่งผู้ใด หน้าที่ของผู้พิพากษาคือการตัดสินประเด็นข้อกฎหมาย (Legal issues) และการตัดสินของผู้พิพากษาต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย หาใช่อ้างอิงหลักศีลธรรมจรรยาไม่
ตัวอย่างของคำพิพากษาที่ปรากฏ “ถ้อยคำ” หรือ “ข้อความ” ซึ่งมิใช่สาระสำคัญของคดี แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกทางศีลธรรมจรรยา หรือความเห็นส่วนตัว เช่น
คดียุบพรรคไทยรักไทย
ข้อความตอนหนึ่งปรากฎว่า “ ผู้ถูกร้องที่ ๑ มิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชาชน….. นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง …. ผู้ถูกร้องที่ ๑ มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงกับไว้ต่อประชาชน….”
คดีแถลงการณ์ร่วมกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ข้อความตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการทำเเถลงการณ์ร่วม ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า “…เป็นเรื่องที่ผู้ทำหนังสือสัญญาจะต้องใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนที่จะดำเนินการทำหนังสือสัญญาดังกล่าว…” “.….การดำเนินการเเละพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องนี้จึงต้องกระทำอย่างรอบคอบ” เเละ “ ….ซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทย อันเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนเเละอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศต่อไปภายหน้าได้” ..พึงเล็งเห็นได้ว่า หากลงนามคำเเถลงการณ์ร่วมไป ก็อาจก่อให้เกิดการเเตกเเยกกันทางด้านความคิดของคนในสังคมทั้งสองประเทศ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดวิกฤติเเก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศกัมพูชา”
คดีหลบเลี่ยงภาษีหุ้น
ข้อความตอนหนึ่งศาลกล่าวว่า “… จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสาม จึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย….”
นิติวิธี : การตีความกฎหมาย
ก่อนอื่นต้องอธิบายความแตกต่างระหว่างคำว่า “การตีความ” (Interpretation) กับการแปลความ (Translation) ก่อนว่าไม่เหมือนกัน การตีความนั้น เป็นการหยั่งหาความหมายของถ้อยคำทางกฎหมาย หรือบทบัญญัติว่า มีเจตนารมณ์หรือมีความหมายแคบกว้างเพียงใด ในขณะที่การแปลความ เป็นการแปลถ้อยคำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการค้นหา หรือหยั่งทราบเจตนารมณ์ของถ้อยคำ หรือบทบัญญัตินั้นๆแต่อย่างใด
หลักการตีความถ้อยคำทางกฎหมาย (Legal terminology) นั้นต้องคำนึงถึงหลักความเป็น “เอกภาพของระบบกฎหมาย” ด้วย ในประเด็นนี้ อาจารย์หยุด แสงอุทัยกล่าวว่า
“ กฎหมายต่างๆ ไม่สามารถบัญญัติข้อความที่ใช้ในกฎหมายนั้นได้ทั้งหมดสิ้น จำเป็นต้องอาศัยข้อความที่กฎหมายอื่นบัญญัติไว้บ้าง เป็นต้นว่า ถ้าเราจะเปิดดูพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดแห่งกฎหมาย เราจะเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติว่าคำว่า “ ภูมิลำเนา” มีความหมายว่าอย่างไร โดยอาศัยหลักที่ว่า กฎหมายฉบับหนึ่งย่อมจะต้องอาศัยข้อความที่กฎหมายฉบับอื่นๆ บัญญัติไว้บ้าง หรืออีกนัยหนึ่ง โดยอาศัยหลักที่ว่า กฎหมายต่างๆ อาจเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เราจึงต้องถือว่า คำว่า “ ภูมิลำเนา” มีความหมายเช่นเดียวกับที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ ทั้งนี้ ถือว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องนี้”
นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังต้องพิเคราะห์ถ้อยคำอีกด้วยว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็น “ถ้อยคำธรรมดา” หรือเป็น “ถ้อยคำตามกฎหมาย” ซึ่งถ้อยคำบางคำอาจมีความหมายได้ทั้งความหมายธรรมดาและความหมายทางกฎหมาย เช่น คำว่า “หนี้” หนึ้ ตามความเข้าใจของชาวบ้านทั่วไปหมายถึง หนี้เงิน แต่หนี้ ในความหมายของวิชานิติศาสตร์หมายถึง กากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรืองดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดและส่งมอบทรัพย์
กรณีศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการจัดรายการชิมไปบ่นไปของอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นั้นเข้าข่ายเป็น “ลูกจ้าง” แล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดพจนานุกรม เพื่อหาความหมายของคำว่า “ลูกจ้าง” ว่ามีความหมายว่าอย่างไร โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คำว่า "ลูกจ้าง" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 มีความหมายกว้างกว่าคำนิยามของกฎหมาย หรือการแปลตามความหมายทั่วไป โดยศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ในความหมายของ "ลูกจ้าง" ว่า หมายถึง ผู้รับจ้างทำการงาน ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้าง โดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร โดยมิได้คำนึงถึงว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นหากได้มีการตกลงรับจ้างกันทำการงานการแล้วย่อมมีความของคำว่า "ลูกจ้าง" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ทั้งสิ้น
ในคดีชิมไปบ่นไป ผมมีข้อสังเกตบางประการดังนี้
ประการแรก ประเด็นที่สำคัญของคดีนี้คือ การทำรายการของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นมีลักษณะเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ การจะวินิจฉัยว่า อดีตนายกมีสถานะเป็นลูกจ้างหรือไม่ มิใช่เพียงแค่เปิดพจนานุกกรมเพื่อหาความหายของคำว่าลูกจ้าง แต่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิเคราะห์ลักษณะ หรือองค์ประกอบของสัญญาจ้างแรงงานด้วย ลักษณะสำคัญของสัญญาจ้างแรงงานนั้นมีหลายประการเช่น เป็นสัญญาเฉพาะตัว เป็นสัญญาต่างตอบแทน เป็นสัญญาไม่มีแบบ เป็นสัญญาที่นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือลูกจ้าง ผมไม่แน่ใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะวินิจฉัยว่าอดีตนายก เป็นลูกจ้างนั้นได้มีการวิเคราะห์ อธิบายแต่ละองค์ประกอบข้างต้นว่า ลักษณะการทำงานของอดีตนายกนั้น เข้าองค์ประกอบแต่ละข้ออย่างละเอียดหรือไม่ เนื่องจากขณะเขียนบทความนี้ คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เผยแพร่ ข่าวที่ปรากฏ ดูเหมือนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเพ่งเล็งไปที่เรื่องค่าตอบแทนเป็นหลัก แต่ค่าตอบแทนนั้น เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานเท่านั้น
ประการที่สอง แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยจ้างแรงงานมาตรา 575 จะไม่มีบทนิยามศัพท์หรือคำอธิบายว่าลูกจ้างคืออะไรก็ตาม แต่กฎหมายแรงงานอย่างอื่น ก็มีบทนิยามศัพท์ในเรื่องลูกจ้างว่าคืออะไร เช่น ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 4 บัญญัติว่า ลูกจ้างหมายถึง “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร หรือ ในพระราชบัญญัติเงินทดแทน” พ.ศ. 2537 มาตรา 5 บัญญัติว่า ลูกจ้าง หมายความว่า “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย” หรือพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา5 บัญญัติว่า ลูกจ้าง หมายความว่า “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง”
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ควรพิจารณาจากแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งมีอยู่มากมายเกี่ยวกับสาระสำคัญของสัญญาจ้างแรงงานว่ามีอะไรบ้าง กล่าวโดยสรุปแล้ว การค้นหาความหมายของคำว่าลูกจ้าง ศาลรัฐธรรมนูญ ควรเทียบเคียงจากกฎหมายแรงงานอื่นๆ มากกว่าดูจากพจนานุกรมอย่างเดียว การที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลว่า กฎหมายแต่ละฉบับมีเจตนารมณ์เป็นของตนเองแตกต่างกันไปแต่ละฉบับนั้น แม้จะรับฟังได้ก็ตาม แต่การค้นหาความหมายของลูกจ้าง ที่ปรากฏในกฎหมายแรงงาน ประกอบกับแนวคำพิพากษาของศาล ที่มีอยู่มากมายรวมทั้งตำรากฎหมายแรงงาน ซึ่งมีผู้แต่งหลายท่าน เพื่อค้นหาหลักหรือสาระสำคัญของลูกจ้าง หรือสัญญาจ้างเเรงงานว่า มีลักษณะอย่างไร ย่อมดีกว่าเพียงแค่เปิดพจนานุกรมอย่างแน่นอน
ประการที่สาม ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ควรอธิบาย หรือวิเคราะห์ก็คือ ความหมายของคำว่า “ค่าจ้าง” ว่ามีความหมายแคบ กว้างเพียงใด โดยศึกษาเปรียบเทียบจากกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งได้มีบทนิยามความหมายของคำว่า “ค่าจ้าง” ไว้แล้วเพื่อประกอบเป็นแนว
ประการที่สี่ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายแรงงานอื่นๆ มีศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น จึงไม่อาจนำมาใช้ได้นั้น ข้อนี้มีน้ำหนักน้อย เพราะประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายแรงงานอื่นๆ ยังมีสถานะเป็นกฎหมาย แต่พจนานุกรมนั้น ไม่มีสถานะเป็น “กฎหมาย” ด้วยซ้ำไป
จากคำอธิบายของอาจารย์หยุด แสงอุทัยข้างต้น ผมเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความคำว่า “ลูกจ้าง” ให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน โดยเทียบเคียงจากกฎหมายแรงงานอื่นๆ แนวคำพิพากษาของศาลและตำรากฎหมายแรงงาน เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายด้วย มิใช่พิจารณาเพียงแค่เรื่องลูกจ้างเท่านั้น การตีความโดยอาศัยพจนานุกรมนั้น ไม่เพียงพอที่อธิบายความหมายของลูกจ้างได้ เพราะคำว่าลูกจ้างนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงาน แต่ศาลรัฐธรรมนูญต้องอธิบายองค์ประกอบอื่นของสัญญาจ้างแรงงานด้วย
ส่งท้าย
หน้าที่ของคำพิพากษาคือ การวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายที่เป็นประเด็นพิพาทกัน คำพิพากษาที่ดีจะต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติ ไม่คลุมเครือ เเละหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ชัดเจน ปราศจากข้อความที่ไม่จำเป็นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก หรือความคิดเห็นส่วนตัว ถ้อยคำในเชิงอบรม หรือตำหนิติเตียน (ไม่ว่าผู้พิพากษาท่านนั้น จะมีความตั้งใจดีเพียงใดก็ตาม) ภาษาที่ฟุ่มเฟือย เป็นต้น ตลอดจนการตีความกฎหมายที่ถูกต้องตามหลักวิชานิติศาสตร์ในระบบกฎหมายนั้นๆ ที่สำคัญที่สุด คำพิพากษาที่ตัดสินออกมาเเล้ว จะให้ประชาชนยอมรับ (หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์น้อยที่สุด) มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการให้เหตุผลทางกฎหมาย (Legal reasoning) เป็นสำคัญ คำพิพากษาที่ดี จึงมิใช่เป็นเรื่องของการมุ่งไปที่ “ผล” อย่างเดียว แล้วหาคำอธิบายมาประกอบเท่านั้น โดยหวังว่า “ผล” ของคำพิพากษาจะเเก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ เพราะว่าประชาชนสามารถเเยกเเยะได้ว่า “ผล” (Result) กับ “เหตุผล” (Reason) นั้นไม่เหมือนกัน
ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13835
ในช่วงระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ผ่านมา สังคมไทยได้มีวาทกรรมตุลาการภิวัฒน์ขึ้น โดยวาทกรรมนี้ถูกเสนอขึ้นในสังคมไทยโดยมุ่งหมายจะให้ประชาชนเข้าใจว่า ตุลาการภิวัฒน์หมายถึง กรณีองค์กรตุลาการเข้ามาเเก้ไขปัญหาความขัดเเย้งทางการเมือง รวมถึงการขจัดปัญหาการทุจริตของนักการเมือง ซึ่งเป็นการบิดเบือนความหมายที่เเท้จริงของ Judicialization หรือ Judicial Activism ในภาษาอังกฤษที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งหมายถึง การควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือการกระทำของรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในทางตรงกันข้าม ตุลาการภิวัฒน์ ในสังคมไทยถูกนำเสนอขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรม ที่จะใช้อำนาจตุลาการ ในการใช้เเละตีความ “กฎหมาย” เพื่อตัดตอนอำนาจทางการเมือง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายอำมาตยธิปไตย โดยเนื้อหาหรือข้อความ ที่ปรากฎในคำพิพากษา มีข้อความในเชิงว่ากล่าว ตำหนิ อบรมสั่งสอน ฯลฯ ไปด้วย ซึ่งผิดปกติวิสัยลักษณะของคำพิพากษา ที่มุ่งจะวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ที่เป็นประเด็นข้อพิพาทเท่านั้น ข้อเขียนนี้ อธิบายลักษณะเเละหน้าที่ของคำพิพากษา รวมถึงวิธีการตีความกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ ในการวิจารณ์ตุลาการภิวัฒน์ในสังคมไทยต่อไป
หน้าที่ของคำพิพากษา
ตามระบบกฎหมายของภาคพื้นยุโรป เช่น ประเทศฝรั่งเศส คำพิพากษาของศาลจะสั้น กระชับ ไม่ยืดยาว โดยคำพิพากษาจะประกอบด้วย “ข้อเท็จจริงของคดี” และ “หลักกฎหมาย” ที่ใช้ในการตัดสินคดีเท่านั้น คำพิพากษาจะละเว้นไม่กล่าวถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย ผู้พิพากษาชื่อว่า P.Mimin ได้ตำหนิผู้พิพากษาที่พยายามสอดแทรกข้อโต้แย้งทางนโยบาย (Policy argument) ความเห็นส่วนตัว (Personal views) หรือความไร้สาระ (nonsense) อื่นๆ ไว้ในคำพิพากษา[1] ทำนองเดียวกับศาลของออสเตรเลียที่เห็นว่าข้อโต้แย้งด้านนโยบายไม่ควรปรากฏในคำพิพากษา[2] พูดง่ายๆก็คือ ข้อโต้แย้งด้านนโยบายมิใช่เป็นเรื่องของศาลแต่เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ
ในทางตรงกันข้าม หากกลับมาพิจารณาคำพิพากษาของศาลไทยในช่วงหลังรัฐประการ 19 กันยายนที่ผ่านมาจะพบว่า เนื้อหาของคำพิพากษาบางตอนมิได้เกี่ยวข้องกับการอธิบายหลักกฎหมายหรือการตีความถ้อยคำทางกฎหมาย แต่มีความพยายามสอดแทรกทรรศนะคติ ความรู้สึกทางศีลธรรม ความควรความไม่ควร ฯลฯ การพยายามที่จะใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พิพากษาให้ปรากฎในคำพิพากษาไม่ว่าแรงจูงใจจะดีเพียงใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มิใช่สาระสำคัญของคำพิพากษาแต่ประการใด คำพิพากษาที่ดีต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นที่ยุติ และหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ชัดเจนและอธิบายได้ คำพิพากษาของศาลมิใช่เป็นช่องทางสำหรับการอบรมสั่งสอนจริยธรรมว่าอะไรควรอะไรไม่ควร หรือว่ากล่าวตำหนิติเตียนผู้หนึ่งผู้ใด หน้าที่ของผู้พิพากษาคือการตัดสินประเด็นข้อกฎหมาย (Legal issues) และการตัดสินของผู้พิพากษาต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย หาใช่อ้างอิงหลักศีลธรรมจรรยาไม่
ตัวอย่างของคำพิพากษาที่ปรากฏ “ถ้อยคำ” หรือ “ข้อความ” ซึ่งมิใช่สาระสำคัญของคดี แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกทางศีลธรรมจรรยา หรือความเห็นส่วนตัว เช่น
คดียุบพรรคไทยรักไทย
ข้อความตอนหนึ่งปรากฎว่า “ ผู้ถูกร้องที่ ๑ มิได้ให้ความสำคัญหรือเห็นคุณค่าของสิทธิเลือกตั้งของประชาชาชน….. นอกจากนี้ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง …. ผู้ถูกร้องที่ ๑ มิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้คนในชาติมีความสุขทั่วหน้าดังที่ได้รณรงค์หาเสียงกับไว้ต่อประชาชน….”
คดีแถลงการณ์ร่วมกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ข้อความตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการทำเเถลงการณ์ร่วม ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า “…เป็นเรื่องที่ผู้ทำหนังสือสัญญาจะต้องใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนที่จะดำเนินการทำหนังสือสัญญาดังกล่าว…” “.….การดำเนินการเเละพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องนี้จึงต้องกระทำอย่างรอบคอบ” เเละ “ ….ซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทย อันเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนเเละอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศต่อไปภายหน้าได้” ..พึงเล็งเห็นได้ว่า หากลงนามคำเเถลงการณ์ร่วมไป ก็อาจก่อให้เกิดการเเตกเเยกกันทางด้านความคิดของคนในสังคมทั้งสองประเทศ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดวิกฤติเเก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศกัมพูชา”
คดีหลบเลี่ยงภาษีหุ้น
ข้อความตอนหนึ่งศาลกล่าวว่า “… จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสาม จึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย….”
นิติวิธี : การตีความกฎหมาย
ก่อนอื่นต้องอธิบายความแตกต่างระหว่างคำว่า “การตีความ” (Interpretation) กับการแปลความ (Translation) ก่อนว่าไม่เหมือนกัน การตีความนั้น เป็นการหยั่งหาความหมายของถ้อยคำทางกฎหมาย หรือบทบัญญัติว่า มีเจตนารมณ์หรือมีความหมายแคบกว้างเพียงใด ในขณะที่การแปลความ เป็นการแปลถ้อยคำอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการค้นหา หรือหยั่งทราบเจตนารมณ์ของถ้อยคำ หรือบทบัญญัตินั้นๆแต่อย่างใด
หลักการตีความถ้อยคำทางกฎหมาย (Legal terminology) นั้นต้องคำนึงถึงหลักความเป็น “เอกภาพของระบบกฎหมาย” ด้วย ในประเด็นนี้ อาจารย์หยุด แสงอุทัยกล่าวว่า
“ กฎหมายต่างๆ ไม่สามารถบัญญัติข้อความที่ใช้ในกฎหมายนั้นได้ทั้งหมดสิ้น จำเป็นต้องอาศัยข้อความที่กฎหมายอื่นบัญญัติไว้บ้าง เป็นต้นว่า ถ้าเราจะเปิดดูพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดแห่งกฎหมาย เราจะเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติว่าคำว่า “ ภูมิลำเนา” มีความหมายว่าอย่างไร โดยอาศัยหลักที่ว่า กฎหมายฉบับหนึ่งย่อมจะต้องอาศัยข้อความที่กฎหมายฉบับอื่นๆ บัญญัติไว้บ้าง หรืออีกนัยหนึ่ง โดยอาศัยหลักที่ว่า กฎหมายต่างๆ อาจเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เราจึงต้องถือว่า คำว่า “ ภูมิลำเนา” มีความหมายเช่นเดียวกับที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ ทั้งนี้ ถือว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องนี้”
นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังต้องพิเคราะห์ถ้อยคำอีกด้วยว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็น “ถ้อยคำธรรมดา” หรือเป็น “ถ้อยคำตามกฎหมาย” ซึ่งถ้อยคำบางคำอาจมีความหมายได้ทั้งความหมายธรรมดาและความหมายทางกฎหมาย เช่น คำว่า “หนี้” หนึ้ ตามความเข้าใจของชาวบ้านทั่วไปหมายถึง หนี้เงิน แต่หนี้ ในความหมายของวิชานิติศาสตร์หมายถึง กากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรืองดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดและส่งมอบทรัพย์
กรณีศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการจัดรายการชิมไปบ่นไปของอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นั้นเข้าข่ายเป็น “ลูกจ้าง” แล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดพจนานุกรม เพื่อหาความหมายของคำว่า “ลูกจ้าง” ว่ามีความหมายว่าอย่างไร โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คำว่า "ลูกจ้าง" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 มีความหมายกว้างกว่าคำนิยามของกฎหมาย หรือการแปลตามความหมายทั่วไป โดยศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ในความหมายของ "ลูกจ้าง" ว่า หมายถึง ผู้รับจ้างทำการงาน ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้าง โดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร โดยมิได้คำนึงถึงว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นหากได้มีการตกลงรับจ้างกันทำการงานการแล้วย่อมมีความของคำว่า "ลูกจ้าง" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ทั้งสิ้น
ในคดีชิมไปบ่นไป ผมมีข้อสังเกตบางประการดังนี้
ประการแรก ประเด็นที่สำคัญของคดีนี้คือ การทำรายการของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นมีลักษณะเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ การจะวินิจฉัยว่า อดีตนายกมีสถานะเป็นลูกจ้างหรือไม่ มิใช่เพียงแค่เปิดพจนานุกกรมเพื่อหาความหายของคำว่าลูกจ้าง แต่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิเคราะห์ลักษณะ หรือองค์ประกอบของสัญญาจ้างแรงงานด้วย ลักษณะสำคัญของสัญญาจ้างแรงงานนั้นมีหลายประการเช่น เป็นสัญญาเฉพาะตัว เป็นสัญญาต่างตอบแทน เป็นสัญญาไม่มีแบบ เป็นสัญญาที่นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือลูกจ้าง ผมไม่แน่ใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะวินิจฉัยว่าอดีตนายก เป็นลูกจ้างนั้นได้มีการวิเคราะห์ อธิบายแต่ละองค์ประกอบข้างต้นว่า ลักษณะการทำงานของอดีตนายกนั้น เข้าองค์ประกอบแต่ละข้ออย่างละเอียดหรือไม่ เนื่องจากขณะเขียนบทความนี้ คำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เผยแพร่ ข่าวที่ปรากฏ ดูเหมือนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเพ่งเล็งไปที่เรื่องค่าตอบแทนเป็นหลัก แต่ค่าตอบแทนนั้น เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานเท่านั้น
ประการที่สอง แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยจ้างแรงงานมาตรา 575 จะไม่มีบทนิยามศัพท์หรือคำอธิบายว่าลูกจ้างคืออะไรก็ตาม แต่กฎหมายแรงงานอย่างอื่น ก็มีบทนิยามศัพท์ในเรื่องลูกจ้างว่าคืออะไร เช่น ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 4 บัญญัติว่า ลูกจ้างหมายถึง “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร หรือ ในพระราชบัญญัติเงินทดแทน” พ.ศ. 2537 มาตรา 5 บัญญัติว่า ลูกจ้าง หมายความว่า “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย” หรือพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา5 บัญญัติว่า ลูกจ้าง หมายความว่า “ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง”
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ควรพิจารณาจากแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งมีอยู่มากมายเกี่ยวกับสาระสำคัญของสัญญาจ้างแรงงานว่ามีอะไรบ้าง กล่าวโดยสรุปแล้ว การค้นหาความหมายของคำว่าลูกจ้าง ศาลรัฐธรรมนูญ ควรเทียบเคียงจากกฎหมายแรงงานอื่นๆ มากกว่าดูจากพจนานุกรมอย่างเดียว การที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลว่า กฎหมายแต่ละฉบับมีเจตนารมณ์เป็นของตนเองแตกต่างกันไปแต่ละฉบับนั้น แม้จะรับฟังได้ก็ตาม แต่การค้นหาความหมายของลูกจ้าง ที่ปรากฏในกฎหมายแรงงาน ประกอบกับแนวคำพิพากษาของศาล ที่มีอยู่มากมายรวมทั้งตำรากฎหมายแรงงาน ซึ่งมีผู้แต่งหลายท่าน เพื่อค้นหาหลักหรือสาระสำคัญของลูกจ้าง หรือสัญญาจ้างเเรงงานว่า มีลักษณะอย่างไร ย่อมดีกว่าเพียงแค่เปิดพจนานุกรมอย่างแน่นอน
ประการที่สาม ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ควรอธิบาย หรือวิเคราะห์ก็คือ ความหมายของคำว่า “ค่าจ้าง” ว่ามีความหมายแคบ กว้างเพียงใด โดยศึกษาเปรียบเทียบจากกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งได้มีบทนิยามความหมายของคำว่า “ค่าจ้าง” ไว้แล้วเพื่อประกอบเป็นแนว
ประการที่สี่ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายแรงงานอื่นๆ มีศักดิ์ต่ำกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น จึงไม่อาจนำมาใช้ได้นั้น ข้อนี้มีน้ำหนักน้อย เพราะประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายแรงงานอื่นๆ ยังมีสถานะเป็นกฎหมาย แต่พจนานุกรมนั้น ไม่มีสถานะเป็น “กฎหมาย” ด้วยซ้ำไป
จากคำอธิบายของอาจารย์หยุด แสงอุทัยข้างต้น ผมเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความคำว่า “ลูกจ้าง” ให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน โดยเทียบเคียงจากกฎหมายแรงงานอื่นๆ แนวคำพิพากษาของศาลและตำรากฎหมายแรงงาน เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายด้วย มิใช่พิจารณาเพียงแค่เรื่องลูกจ้างเท่านั้น การตีความโดยอาศัยพจนานุกรมนั้น ไม่เพียงพอที่อธิบายความหมายของลูกจ้างได้ เพราะคำว่าลูกจ้างนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงาน แต่ศาลรัฐธรรมนูญต้องอธิบายองค์ประกอบอื่นของสัญญาจ้างแรงงานด้วย
ส่งท้าย
หน้าที่ของคำพิพากษาคือ การวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายที่เป็นประเด็นพิพาทกัน คำพิพากษาที่ดีจะต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติ ไม่คลุมเครือ เเละหลักกฎหมายที่ถูกต้อง ชัดเจน ปราศจากข้อความที่ไม่จำเป็นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก หรือความคิดเห็นส่วนตัว ถ้อยคำในเชิงอบรม หรือตำหนิติเตียน (ไม่ว่าผู้พิพากษาท่านนั้น จะมีความตั้งใจดีเพียงใดก็ตาม) ภาษาที่ฟุ่มเฟือย เป็นต้น ตลอดจนการตีความกฎหมายที่ถูกต้องตามหลักวิชานิติศาสตร์ในระบบกฎหมายนั้นๆ ที่สำคัญที่สุด คำพิพากษาที่ตัดสินออกมาเเล้ว จะให้ประชาชนยอมรับ (หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์น้อยที่สุด) มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการให้เหตุผลทางกฎหมาย (Legal reasoning) เป็นสำคัญ คำพิพากษาที่ดี จึงมิใช่เป็นเรื่องของการมุ่งไปที่ “ผล” อย่างเดียว แล้วหาคำอธิบายมาประกอบเท่านั้น โดยหวังว่า “ผล” ของคำพิพากษาจะเเก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ เพราะว่าประชาชนสามารถเเยกเเยะได้ว่า “ผล” (Result) กับ “เหตุผล” (Reason) นั้นไม่เหมือนกัน
“ดร. ผศ. รศ. อาจม อาจารย์”
ว่าด้วย “ดร. ผศ. รศ. อาจม อาจารย์”
โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13819
คนที่เรียกตัวเองว่าดอกเตอร์นั้น แสดงว่าเขาอยาก ยกหางตัวเอง เบื้องต้น เราก็ควรอนุโมทนาว่า เขาอุตสาหะร่ำเรียนมา เราจะได้สบายใจ ผมรู้จักอาจารย์อยู่คนหนึ่ง ท่านเป็นคนไม่ถือตัว แต่ถ้าเราจะให้เกียรติท่าน เราอาจเขียนคำนำหน้าท่านได้ยาวมาก เช่น “ร.ต.อ. รศ. ดร. ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์” เป็นต้น
การเรียกตัวเองว่า ดอกเตอร์ ย่อมทำให้บางคนหมั่นไส้ ถือเป็นบาปเคราะห์ ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จากผลของการยกหางตัวเอง และ ก็เป็นความร้อนรุ่มในอก ของคนที่อิจฉา หรือหมั่นไส้คนอื่นเองเช่นกัน
สำหรับคนขี้หมั่นไส้นั้น ผมเชื่อว่ามีอยู่มากพอสมควร บางคนก็อาจเสียดาย ที่ตนเองไม่ได้จบดอกเตอร์ บางคนก็อาจคิด หรือมั่นใจว่า ตนเก่งกว่าดอกเตอร์ ในโลกแห่งความเป็นจริง เชื่อว่า มีคนขี้อิจฉาอยู่พอสมควรเช่นกัน
ผมมีข้อแนะนำ ผู้ที่ไม่ชอบ ที่จะเห็นคนอื่นยกหางตัวเอง กล่าวคือ ถ้าพบคนเรียกตัวเองว่า ดอกเตอร์ เราก็อาจตอบโต้เขา โดยเรียกขานเขากลับไปว่า “คุณ” แทน ให้เขารู้ว่า เราไม่ได้สนใจการเป็นดอกเตอร์ของเขา ในสังคมอารยะ เราไม่ยกย่องเขาได้ แต่เราไปหลู่เกียรติ เช่น เรียกเขาว่า ไอ้หรืออีคงไม่ได้ อย่างไรก็ตามเรายังอาจเออออ เรียกขานตามความประสงค์ของเขา เพื่อเอาบุญก็ยังได้ การยกย่องคนมันไม่เสียหายนะ
บางคนก็อาจได้ ดอกเตอร์มาจากการรับแจกแบบกิตติมศักดิ์ หรือเป็น ดอกเตอร์ห้องแถวจริงๆ ยิ่งในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาจำนวนมาก ผลิตดอกเตอร์แบบไร้คุณภาพออกมามากมาย จึงยิ่งทำให้ดอกเตอร์ดูด้อยค่าลงจริงๆ
ปัญหาดอกเตอร์กิ๊กก๊อก ก็ยังไม่ร้ายเท่าการมี ดอกเตอร์แท้ๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกหลายคน ทำตัวเป็น “สุนัขรับใช้” ทางการเมือง เพราะยิ่งทำให้ความเป็นดอกเตอร์ ด้อยลง ดอกเตอร์ หรือนักวิชาการพวกนี้ “พายเรือให้โจรนั่ง” หรือ อาจหนักหนาขนาด “ให้โจรพายเรือให้ตนนั่ง” (ประสบความสำเร็จโดยไม่เลือกวิธีที่ใช้)
บางคนอาจกลัวว่า คำพูดที่เป็นพิษของ ดอกเตอร์ชั่วๆ อาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อตามคุณวุฒิ ข้อนี้เราพึงเชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชนว่า เขาสามารถแยกแยะความผิดถูกเองได้ และแม้เขา จะแยกแยะไม่ได้ในช่วงต้น ก็พึงให้เวลาประชาชนได้เรียนรู้
โดยนัยนี้ เราจะต่อกรกับ ดอกเตอร์ ดอกเตอร์ชั่ว ดอกเตอร์ต่ำชั้น เราก็ยิ่งต้องตอบโต้ที่ประเด็นสาระ เป็นสำคัญ เราควรยกระดับจิตใจให้สูง ด้วยการตอบโต้กันตามเหตุผล ให้เห็นว่าดอกเตอร์ผิดอย่างไร ไม่ใช่ไปตอบโต้ หรือหมั่นไส้เขาในเรื่องความเป็นดอกเตอร์
ผมเชื่อว่า ความหมั่นไส้อาจารย์มหาวิทยาลัยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล คือ ความหมั่นไส้-อิจฉา แต่ส่วนหนึ่ง ก็อาจเป็นเรื่อง หลักการที่เป็นผลสะท้อน จากการที่สถานะของคนกลุ่มนี้สูงเกินจริง อาจารย์พวกนี้อยู่กันอย่างสบายๆ แถมยัง “ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง” แถมบางทียังอาจ“ได้เด็ก” อีกด้วย ข้อนี้ผิดกับในสังคมตะวันตก ที่เขาคงไม่ได้ยกหางอาจารย์เท่านี้
ปฏิกิริยาต่อกรณีนี้ จึงปรากฏเป็นคำค่อนแคะอาจารย์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ นานา เช่น ใช้คำว่า “อาจม” แทน “อาจารย์” “ผศ.” ย่อมาจาก “ผัวนักศึกษา” “รศ.” ย่อมาจาก “รอเสียบ” หรือ “ศ.” หมายถึง “เสียบแล้ว” เป็นต้น ในเชิงหลักการ เราควรลดการยกย่องสถานะพวกนี้ลงบ้าง โดยเฉพาะที่ กร่างๆ ไม่กี่สิบคนจากจำนวนอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 50,000 คน
เป็นเวลานับร้อยปีมาแล้ว ที่ประเทศไทยส่งคนไปเรียนต่อยัง สถาบันชั้นนำในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่จบดอกเตอร์ พวกนี้พอร่ำเรียนจบ ก็มักกลับมาใหญ่ในทันที จึงกลายเป็นคน “กร่างแต่กลวง” เพราะขาดความรู้จริงในภาคปฏิบัติ ไม่เคยฝึกงาน ไม่ค่อยพัฒนาความรู้ตนเองหลังจากจบการศึกษาแล้ว ภาวะ “เน่าใน” จึงเกิดขึ้นกับนักวิชาการไทย
ในภาคปฏิบัติ สิ่งที่จะพอใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของดอกเตอร์ก็คือ การพิจารณาดูว่า สิ่งที่พูดนั้นมีเหตุผลเพียงใด มีข้อมูลประกอบเพียงใด มีการศึกษามาดีเพียงใด หรือ เป็นพวกแสดงความเห็นได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องศึกษาวิจัย
ความรู้จริงต้องเกิดจากการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงยืมจมูกคนอื่นหายใจ หรือยืนอยู่บนหอคอยงาช้าง คำพูดที่ดอกเตอร์เทียมๆ แสดงออก ดูได้ไม่ยากเลย ชาวบ้านก็รู้ แต่อาจไม่ได้พูดเท่านั้น
เราไม่พึงไปหมั่นไส้พวกดอกเตอร์ โดยเฉพาะนักวิชาการชั่ว หรือกร่างแต่กลวงเหล่านี้หรอก ลำพังความกระหายในการมี “ฟอร์ม” ให้สังคมยอมรับตนเอง ก็เป็นบาปเคราะห์ หลอกหลอนตัวเขาเองอย่างแสนสาหัสตลอดเวลาอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญก็คือ เราต้องอภิปรายกันด้วยการยึดหลักการ หลักเหตุผล เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา ถ้าไม่มีหลักก็เป็นสังคมป่าเถื่อน
โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13819
คนที่เรียกตัวเองว่าดอกเตอร์นั้น แสดงว่าเขาอยาก ยกหางตัวเอง เบื้องต้น เราก็ควรอนุโมทนาว่า เขาอุตสาหะร่ำเรียนมา เราจะได้สบายใจ ผมรู้จักอาจารย์อยู่คนหนึ่ง ท่านเป็นคนไม่ถือตัว แต่ถ้าเราจะให้เกียรติท่าน เราอาจเขียนคำนำหน้าท่านได้ยาวมาก เช่น “ร.ต.อ. รศ. ดร. ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์” เป็นต้น
การเรียกตัวเองว่า ดอกเตอร์ ย่อมทำให้บางคนหมั่นไส้ ถือเป็นบาปเคราะห์ ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จากผลของการยกหางตัวเอง และ ก็เป็นความร้อนรุ่มในอก ของคนที่อิจฉา หรือหมั่นไส้คนอื่นเองเช่นกัน
สำหรับคนขี้หมั่นไส้นั้น ผมเชื่อว่ามีอยู่มากพอสมควร บางคนก็อาจเสียดาย ที่ตนเองไม่ได้จบดอกเตอร์ บางคนก็อาจคิด หรือมั่นใจว่า ตนเก่งกว่าดอกเตอร์ ในโลกแห่งความเป็นจริง เชื่อว่า มีคนขี้อิจฉาอยู่พอสมควรเช่นกัน
ผมมีข้อแนะนำ ผู้ที่ไม่ชอบ ที่จะเห็นคนอื่นยกหางตัวเอง กล่าวคือ ถ้าพบคนเรียกตัวเองว่า ดอกเตอร์ เราก็อาจตอบโต้เขา โดยเรียกขานเขากลับไปว่า “คุณ” แทน ให้เขารู้ว่า เราไม่ได้สนใจการเป็นดอกเตอร์ของเขา ในสังคมอารยะ เราไม่ยกย่องเขาได้ แต่เราไปหลู่เกียรติ เช่น เรียกเขาว่า ไอ้หรืออีคงไม่ได้ อย่างไรก็ตามเรายังอาจเออออ เรียกขานตามความประสงค์ของเขา เพื่อเอาบุญก็ยังได้ การยกย่องคนมันไม่เสียหายนะ
บางคนก็อาจได้ ดอกเตอร์มาจากการรับแจกแบบกิตติมศักดิ์ หรือเป็น ดอกเตอร์ห้องแถวจริงๆ ยิ่งในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาจำนวนมาก ผลิตดอกเตอร์แบบไร้คุณภาพออกมามากมาย จึงยิ่งทำให้ดอกเตอร์ดูด้อยค่าลงจริงๆ
ปัญหาดอกเตอร์กิ๊กก๊อก ก็ยังไม่ร้ายเท่าการมี ดอกเตอร์แท้ๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกหลายคน ทำตัวเป็น “สุนัขรับใช้” ทางการเมือง เพราะยิ่งทำให้ความเป็นดอกเตอร์ ด้อยลง ดอกเตอร์ หรือนักวิชาการพวกนี้ “พายเรือให้โจรนั่ง” หรือ อาจหนักหนาขนาด “ให้โจรพายเรือให้ตนนั่ง” (ประสบความสำเร็จโดยไม่เลือกวิธีที่ใช้)
บางคนอาจกลัวว่า คำพูดที่เป็นพิษของ ดอกเตอร์ชั่วๆ อาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อตามคุณวุฒิ ข้อนี้เราพึงเชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชนว่า เขาสามารถแยกแยะความผิดถูกเองได้ และแม้เขา จะแยกแยะไม่ได้ในช่วงต้น ก็พึงให้เวลาประชาชนได้เรียนรู้
โดยนัยนี้ เราจะต่อกรกับ ดอกเตอร์ ดอกเตอร์ชั่ว ดอกเตอร์ต่ำชั้น เราก็ยิ่งต้องตอบโต้ที่ประเด็นสาระ เป็นสำคัญ เราควรยกระดับจิตใจให้สูง ด้วยการตอบโต้กันตามเหตุผล ให้เห็นว่าดอกเตอร์ผิดอย่างไร ไม่ใช่ไปตอบโต้ หรือหมั่นไส้เขาในเรื่องความเป็นดอกเตอร์
ผมเชื่อว่า ความหมั่นไส้อาจารย์มหาวิทยาลัยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องส่วนบุคคล คือ ความหมั่นไส้-อิจฉา แต่ส่วนหนึ่ง ก็อาจเป็นเรื่อง หลักการที่เป็นผลสะท้อน จากการที่สถานะของคนกลุ่มนี้สูงเกินจริง อาจารย์พวกนี้อยู่กันอย่างสบายๆ แถมยัง “ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง” แถมบางทียังอาจ“ได้เด็ก” อีกด้วย ข้อนี้ผิดกับในสังคมตะวันตก ที่เขาคงไม่ได้ยกหางอาจารย์เท่านี้
ปฏิกิริยาต่อกรณีนี้ จึงปรากฏเป็นคำค่อนแคะอาจารย์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ นานา เช่น ใช้คำว่า “อาจม” แทน “อาจารย์” “ผศ.” ย่อมาจาก “ผัวนักศึกษา” “รศ.” ย่อมาจาก “รอเสียบ” หรือ “ศ.” หมายถึง “เสียบแล้ว” เป็นต้น ในเชิงหลักการ เราควรลดการยกย่องสถานะพวกนี้ลงบ้าง โดยเฉพาะที่ กร่างๆ ไม่กี่สิบคนจากจำนวนอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 50,000 คน
เป็นเวลานับร้อยปีมาแล้ว ที่ประเทศไทยส่งคนไปเรียนต่อยัง สถาบันชั้นนำในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่จบดอกเตอร์ พวกนี้พอร่ำเรียนจบ ก็มักกลับมาใหญ่ในทันที จึงกลายเป็นคน “กร่างแต่กลวง” เพราะขาดความรู้จริงในภาคปฏิบัติ ไม่เคยฝึกงาน ไม่ค่อยพัฒนาความรู้ตนเองหลังจากจบการศึกษาแล้ว ภาวะ “เน่าใน” จึงเกิดขึ้นกับนักวิชาการไทย
ในภาคปฏิบัติ สิ่งที่จะพอใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของดอกเตอร์ก็คือ การพิจารณาดูว่า สิ่งที่พูดนั้นมีเหตุผลเพียงใด มีข้อมูลประกอบเพียงใด มีการศึกษามาดีเพียงใด หรือ เป็นพวกแสดงความเห็นได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องศึกษาวิจัย
ความรู้จริงต้องเกิดจากการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงยืมจมูกคนอื่นหายใจ หรือยืนอยู่บนหอคอยงาช้าง คำพูดที่ดอกเตอร์เทียมๆ แสดงออก ดูได้ไม่ยากเลย ชาวบ้านก็รู้ แต่อาจไม่ได้พูดเท่านั้น
เราไม่พึงไปหมั่นไส้พวกดอกเตอร์ โดยเฉพาะนักวิชาการชั่ว หรือกร่างแต่กลวงเหล่านี้หรอก ลำพังความกระหายในการมี “ฟอร์ม” ให้สังคมยอมรับตนเอง ก็เป็นบาปเคราะห์ หลอกหลอนตัวเขาเองอย่างแสนสาหัสตลอดเวลาอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญก็คือ เราต้องอภิปรายกันด้วยการยึดหลักการ หลักเหตุผล เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา ถ้าไม่มีหลักก็เป็นสังคมป่าเถื่อน
“สถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย” ปี 2525
บทความของ “แดง ไบเล่”
ในเมืองไทยเรานั้น มีการกล่าวขวัญถึงสถาบันต่างๆ แทบจะหมดทุกสถาบันแล้วตั้งแต่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย เผด็จการ ทหารพลเรือน ข้าราชการ นายทุน กรรมกร นักธุรกิจ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ นักหนังสือพิมพ์ นักเรียน นักศึกษา นักการเมือง ฯลฯ
ยังเหลืออีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีใครแตะต้องกันนัก นั่นคือ อาจารย์มหาวิทยาลัย
เนื่องจากสถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญยิ่งกลุ่มหนึ่ง สำหรับนักศึกษา เพราะหากขาดอาจารย์เสียแล้วมหาวิทยาลัยก็ไม่เป็นมหาวิทยาลัย จึงใคร่จักกล่าวถึงคนกลุ่มนี้ สักเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ ขอแนะนำให้นักศึกษาใหม่ รู้จักกับพวกเขาก่อนเป็นเบื้องแรก : เขาคือใคร ?
๑. เขาเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
๒. เขาต่างจากข้าราชการพลเรือนอื่นๆ ตรงที่สามารถเลื่อนชั้นขั้นตอนได้คล่องกว่า เขามีเวลาการทำงานที่ flexible มาก ตลอดจนมีฮอลิเดย์อันยาวนาน
๓. ระบบการบังคับบัญชา และการวัดผลงานของพวกเขาหละหลวม กว่าระบบการบังคับบัญชา และวัดผลงานข้าราชการพลเรือนอื่นๆ
๔. เขามีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ คือ การสอนหนังสือ เป็นเบื้องแรก การวางระบบการเรียนการสอนและการบริหารวิทยาลัยเป็นเบื้องสอง
๕. นอกจากนี้ เขาก็ไปวิ่งรอกหากิน ด้วยการสอนกวดวิชา สอนพิเศษ ทำงานกับธุรกิจเอกชนบ้าง แต่ยังไม่เคยเห็นที่ขายทัปเป้อร์แวร์ หรือรับเป็นพิธีกรทัปเป้อร์แวร์
๖. เขาได้รับการยกย่อง จากสังคมอย่างมากพอสมควรตลอดจนยกย่องกันไปยกย่องกันมาในหมู่พวกเดียวกันอีกด้วยโดยใช้สรรพนาม เรียกกันไปเรียกกันมาว่า “อาจารย์” เช่น “แหม, วันนี้อาจารย์ดอกท้อ หน้าตาไม่สบายเลย ทั้งๆ ที่เพิ่งพาอาซ้อไปทัวร์ยุโรปมาหยกๆ” อาจารย์ไขลู กล่าว อาจารย์ดอกท้อ ตอบว่า “อาจารย์ไขลู ไม่ทราบหรือคะ ว่าหมู่นี้เดี๊ยน แองเชียส ม้ากมาก มีเทนชั่น ตบตีกันเพราะ แย่งกันสอนซัมเมอร์ค้า”
ความสำคัญผิดของนักศึกษาที่มีต่ออาจารย์ และสมควรแก้ไข
๑. นักศึกษาใหม่ส่วนมาก นึกว่าอาจารย์เป็นบุคคลพิเศษอันทรงความรู้ ความคิด ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์ส่วนมากมิได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้มีความรู้ความคิดเพียงแคบๆ เฉพาะในสาขาวิชาของตนเท่านั้น อย่าหวังอะไรมากไปกว่านั้น
๒. นักศึกษาอาจคิดว่า อาจารย์คือผู้หยั่งรู้โลกและสังคม ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้ขาดประสพการณ์ชีวิตและขาดความรู้อันเกิดจากการได้สัมผัสกับความเป็นจริงในสังคม อาจารย์พูดถึงสังคมเหมือนกำลังพูดถึงสิ่งเลื่อนลอยบางอย่าง
๓. โปรดระลึกไว้เสมอว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก สอนหนังสือไม่เป็นและมักจะบ่นว่าตามตำรา ตามตัวอักษร มากกว่าที่จะพยายามถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้น ด้วยวิธีการอันจะสร้างความเข้าใจให้เกิดแก่คุณ
๔. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก ใช้ภาษาไทยไม่เป็น เพราะเขาเห็นเป็นของธรรมดาเกินกว่าที่จะทำความรู้จักกับมัน เขาจึงขาดเครื่องมือสำคัญในอาชีพ นอกจากใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้ว อาจารย์อีกร้อยละ ๙๖–๙๗ ก็ใช้ภาษาอื่นไม่เป็นอีกด้วย อย่าสำคัญผิด คิดว่าเมื่อเขาใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้วเขาจะใช้ภาษาฝรั่งเป็น-ไม่เป็นหรอกคู้ณ
๕. อาจารย์มหาวิทยาลัยครึ่งหนึ่ง ไม่แตกฉานในเนื้อหาวิชาที่ตนสอน เมื่อคุณเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่คุณตั้งใจเรียน จึงมิใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก
๖. อาจารย์มหาวิทยาลัยกว่าครึ่ง ไม่ติดตามความก้าวหน้าในศาสตร์ที่ตนสอน ตลอดจนไม่เหลือบแล ข้อเท็จจริงในแง่การปฏิบัติการ เพราะละอายเกินไปที่จะยอมรับว่าตนยังไม่รู้อะไรอีกบ้าง
๗. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่หย่อนประสิทธิภาพมากที่สุดได้แก่พวกที่สอนสังคมศาสตร์ เพราะเป็นสาขาวิชาที่ “รู้” ยาก และ “สอน” ยาก แต่บุคคลากรที่เข้ามาในแขนงสังคมศาสตร์กลับเป็นบุคคลากรที่มักจะด้อยคุณภาพ จึงไปกันใหญ่ ไม่น่าประหลาดที่คุณไปฟังอาจารย์วิชาสังคมศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น สังคมวิทยา สอนคุณ เหมือนกับกำลังนินทาชาวบ้านให้คุณฟัง หรือไม่ก็ เหมือนกับกำลังเล่าวิวัฒนาการของสังคมอเมริกา หรือสังคมจีนให้คุณฟัง ไม่ใช่สังคมไทย
๘. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็น สาวโสด มีเป็นจำนวนมาก คนกลุ่มนี้บางคนที่เขา “ทำใจ” กับวิถีชีวิตของตนเองได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อีกส่วนหนึ่งที่ “ทำใจ” ไม่ได้จะมีผลต่องาน และอย่าลืมว่า จริงๆ แล้ว งานอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้น เป็นงานที่demand สมาธิ, intellectual capacity, objectivity และมี pressure พอสมควร คนที่ “ไม่เป็นกันเองกับตัวเอง” รับภาระงานชนิดนี้ได้โดยยากลำบาก
๙. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยสิ่งล่อหลอกเปลือกนอกของอาชีพนี้ เช่น การได้รับการยอมรับจากสังคม การได้ไปเมืองนอก เขามิได้มาเป็นอาจารย์เพราะ เขารักอาชีพครู หรือมีวิญญาณแห่งการเป็นครู เขาเป็นครูเพราะ เวรกรรมพามา และในที่สุดเวรกรรมของคุณ ก็พาคุณมาพบกับพวกเขา
๑๐. โปรดระวัง อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นบุคคลที่มักสำคัญตนผิดได้ง่ายมาก เพราะโดยอาชีพ เขาคบหาสมาคมอยู่กับคนประเภท”ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันโง่” (สำนวนอันมีชื่อเสียงของ คุณวิทยากร เชียงกูล) คนเขลารุ่นนี้เริ่มฉลาดขึ้นนิดหน่อยก็จากเขาไป คนเขลาคลื่นลูกใหม่ก็มาแทนที่ชีวิตของเขาเวียนว่ายอยู่กับ “คนเขลา” รุ่นแล้วรุ่นเล่า หาที่สิ้นสุดมิได้นานๆ เข้า จึงสำคัญตนผิด คิดว่าคนทั้งโลกมันเขลากันอย่างนั้นทุกคน ตัวเองฉลาดเป็นการถาวรอยู่แต่ผู้เดียว
๑๑. ในทางกลับกัน ก็อาจเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ เมื่อคนเขลาๆ ที่ตนเคยพบอยู่แต่เดิม เสือก ฉลาดขึ้นมากมายในอีก ๓-๔ ปี ให้หลัง
๑๒. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากมาเป็นอาจารย์ด้วยจิตใจที่คิดจะมา “เอา” (take) มิใช่ จะมา “ให้” (give) คือ จะมา take อภิสิทธิ์ต่างๆ ทั้งในรูปธรรม นามธรรมของการที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เช่น ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฯลฯ ฯลฯ จึงไม่น่าประหลาดใจแต่ประการใด ที่คนพวกนี้บางคน “ให้” แก่มหาวิทยาลัยได้น้อย และ “ให้” แก่นักศึกษาได้น้อย หลังจากที่ “สวาปาม” หยิบชิ้นปลามันไปรับประทานเรียบร้อย และชินชา ตลอดจนขับถ่ายหมดแล้ว
๑๓. คนที่ไม่ได้รักอาชีพครู จำนวนมากเหล่านี้ มีชีวิตประจำวันอย่างเซ็งๆ ไป ปีแล้ว ปีเล่า ถึงเวลาเขาก็มา “ให้บริการ” การสอนพอให้หมด “หน้าที่” (และเขาจำกัด กรอบหน้าที่ของเขาให้แคบมากที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้)
๑๔. ท้ายที่สุด ในสายตาของคน “แย่ๆ” เหล่านี้ นักศึกษา จึงถูกลอยแพและเป็นเพียง “instrument” แห่งการ “ดำเนินชีวิตประจำวัน” ของเขาเท่านั้น ไม่มีความหมายมากไปกว่านั้น
ในเมืองไทยเรานั้น มีการกล่าวขวัญถึงสถาบันต่างๆ แทบจะหมดทุกสถาบันแล้วตั้งแต่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย เผด็จการ ทหารพลเรือน ข้าราชการ นายทุน กรรมกร นักธุรกิจ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ นักหนังสือพิมพ์ นักเรียน นักศึกษา นักการเมือง ฯลฯ
ยังเหลืออีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีใครแตะต้องกันนัก นั่นคือ อาจารย์มหาวิทยาลัย
เนื่องจากสถาบันอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญยิ่งกลุ่มหนึ่ง สำหรับนักศึกษา เพราะหากขาดอาจารย์เสียแล้วมหาวิทยาลัยก็ไม่เป็นมหาวิทยาลัย จึงใคร่จักกล่าวถึงคนกลุ่มนี้ สักเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ ขอแนะนำให้นักศึกษาใหม่ รู้จักกับพวกเขาก่อนเป็นเบื้องแรก : เขาคือใคร ?
๑. เขาเป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
๒. เขาต่างจากข้าราชการพลเรือนอื่นๆ ตรงที่สามารถเลื่อนชั้นขั้นตอนได้คล่องกว่า เขามีเวลาการทำงานที่ flexible มาก ตลอดจนมีฮอลิเดย์อันยาวนาน
๓. ระบบการบังคับบัญชา และการวัดผลงานของพวกเขาหละหลวม กว่าระบบการบังคับบัญชา และวัดผลงานข้าราชการพลเรือนอื่นๆ
๔. เขามีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ คือ การสอนหนังสือ เป็นเบื้องแรก การวางระบบการเรียนการสอนและการบริหารวิทยาลัยเป็นเบื้องสอง
๕. นอกจากนี้ เขาก็ไปวิ่งรอกหากิน ด้วยการสอนกวดวิชา สอนพิเศษ ทำงานกับธุรกิจเอกชนบ้าง แต่ยังไม่เคยเห็นที่ขายทัปเป้อร์แวร์ หรือรับเป็นพิธีกรทัปเป้อร์แวร์
๖. เขาได้รับการยกย่อง จากสังคมอย่างมากพอสมควรตลอดจนยกย่องกันไปยกย่องกันมาในหมู่พวกเดียวกันอีกด้วยโดยใช้สรรพนาม เรียกกันไปเรียกกันมาว่า “อาจารย์” เช่น “แหม, วันนี้อาจารย์ดอกท้อ หน้าตาไม่สบายเลย ทั้งๆ ที่เพิ่งพาอาซ้อไปทัวร์ยุโรปมาหยกๆ” อาจารย์ไขลู กล่าว อาจารย์ดอกท้อ ตอบว่า “อาจารย์ไขลู ไม่ทราบหรือคะ ว่าหมู่นี้เดี๊ยน แองเชียส ม้ากมาก มีเทนชั่น ตบตีกันเพราะ แย่งกันสอนซัมเมอร์ค้า”
ความสำคัญผิดของนักศึกษาที่มีต่ออาจารย์ และสมควรแก้ไข
๑. นักศึกษาใหม่ส่วนมาก นึกว่าอาจารย์เป็นบุคคลพิเศษอันทรงความรู้ ความคิด ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์ส่วนมากมิได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้มีความรู้ความคิดเพียงแคบๆ เฉพาะในสาขาวิชาของตนเท่านั้น อย่าหวังอะไรมากไปกว่านั้น
๒. นักศึกษาอาจคิดว่า อาจารย์คือผู้หยั่งรู้โลกและสังคม ข้อเท็จจริงคือ อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก เป็นผู้ขาดประสพการณ์ชีวิตและขาดความรู้อันเกิดจากการได้สัมผัสกับความเป็นจริงในสังคม อาจารย์พูดถึงสังคมเหมือนกำลังพูดถึงสิ่งเลื่อนลอยบางอย่าง
๓. โปรดระลึกไว้เสมอว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมาก สอนหนังสือไม่เป็นและมักจะบ่นว่าตามตำรา ตามตัวอักษร มากกว่าที่จะพยายามถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้น ด้วยวิธีการอันจะสร้างความเข้าใจให้เกิดแก่คุณ
๔. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก ใช้ภาษาไทยไม่เป็น เพราะเขาเห็นเป็นของธรรมดาเกินกว่าที่จะทำความรู้จักกับมัน เขาจึงขาดเครื่องมือสำคัญในอาชีพ นอกจากใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้ว อาจารย์อีกร้อยละ ๙๖–๙๗ ก็ใช้ภาษาอื่นไม่เป็นอีกด้วย อย่าสำคัญผิด คิดว่าเมื่อเขาใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้วเขาจะใช้ภาษาฝรั่งเป็น-ไม่เป็นหรอกคู้ณ
๕. อาจารย์มหาวิทยาลัยครึ่งหนึ่ง ไม่แตกฉานในเนื้อหาวิชาที่ตนสอน เมื่อคุณเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่คุณตั้งใจเรียน จึงมิใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก
๖. อาจารย์มหาวิทยาลัยกว่าครึ่ง ไม่ติดตามความก้าวหน้าในศาสตร์ที่ตนสอน ตลอดจนไม่เหลือบแล ข้อเท็จจริงในแง่การปฏิบัติการ เพราะละอายเกินไปที่จะยอมรับว่าตนยังไม่รู้อะไรอีกบ้าง
๗. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่หย่อนประสิทธิภาพมากที่สุดได้แก่พวกที่สอนสังคมศาสตร์ เพราะเป็นสาขาวิชาที่ “รู้” ยาก และ “สอน” ยาก แต่บุคคลากรที่เข้ามาในแขนงสังคมศาสตร์กลับเป็นบุคคลากรที่มักจะด้อยคุณภาพ จึงไปกันใหญ่ ไม่น่าประหลาดที่คุณไปฟังอาจารย์วิชาสังคมศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น สังคมวิทยา สอนคุณ เหมือนกับกำลังนินทาชาวบ้านให้คุณฟัง หรือไม่ก็ เหมือนกับกำลังเล่าวิวัฒนาการของสังคมอเมริกา หรือสังคมจีนให้คุณฟัง ไม่ใช่สังคมไทย
๘. อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็น สาวโสด มีเป็นจำนวนมาก คนกลุ่มนี้บางคนที่เขา “ทำใจ” กับวิถีชีวิตของตนเองได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่อีกส่วนหนึ่งที่ “ทำใจ” ไม่ได้จะมีผลต่องาน และอย่าลืมว่า จริงๆ แล้ว งานอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้น เป็นงานที่demand สมาธิ, intellectual capacity, objectivity และมี pressure พอสมควร คนที่ “ไม่เป็นกันเองกับตัวเอง” รับภาระงานชนิดนี้ได้โดยยากลำบาก
๙. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมาก มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยสิ่งล่อหลอกเปลือกนอกของอาชีพนี้ เช่น การได้รับการยอมรับจากสังคม การได้ไปเมืองนอก เขามิได้มาเป็นอาจารย์เพราะ เขารักอาชีพครู หรือมีวิญญาณแห่งการเป็นครู เขาเป็นครูเพราะ เวรกรรมพามา และในที่สุดเวรกรรมของคุณ ก็พาคุณมาพบกับพวกเขา
๑๐. โปรดระวัง อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นบุคคลที่มักสำคัญตนผิดได้ง่ายมาก เพราะโดยอาชีพ เขาคบหาสมาคมอยู่กับคนประเภท”ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันโง่” (สำนวนอันมีชื่อเสียงของ คุณวิทยากร เชียงกูล) คนเขลารุ่นนี้เริ่มฉลาดขึ้นนิดหน่อยก็จากเขาไป คนเขลาคลื่นลูกใหม่ก็มาแทนที่ชีวิตของเขาเวียนว่ายอยู่กับ “คนเขลา” รุ่นแล้วรุ่นเล่า หาที่สิ้นสุดมิได้นานๆ เข้า จึงสำคัญตนผิด คิดว่าคนทั้งโลกมันเขลากันอย่างนั้นทุกคน ตัวเองฉลาดเป็นการถาวรอยู่แต่ผู้เดียว
๑๑. ในทางกลับกัน ก็อาจเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ เมื่อคนเขลาๆ ที่ตนเคยพบอยู่แต่เดิม เสือก ฉลาดขึ้นมากมายในอีก ๓-๔ ปี ให้หลัง
๑๒. อาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนมากมาเป็นอาจารย์ด้วยจิตใจที่คิดจะมา “เอา” (take) มิใช่ จะมา “ให้” (give) คือ จะมา take อภิสิทธิ์ต่างๆ ทั้งในรูปธรรม นามธรรมของการที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เช่น ทุนการศึกษาไปต่างประเทศ ฯลฯ ฯลฯ จึงไม่น่าประหลาดใจแต่ประการใด ที่คนพวกนี้บางคน “ให้” แก่มหาวิทยาลัยได้น้อย และ “ให้” แก่นักศึกษาได้น้อย หลังจากที่ “สวาปาม” หยิบชิ้นปลามันไปรับประทานเรียบร้อย และชินชา ตลอดจนขับถ่ายหมดแล้ว
๑๓. คนที่ไม่ได้รักอาชีพครู จำนวนมากเหล่านี้ มีชีวิตประจำวันอย่างเซ็งๆ ไป ปีแล้ว ปีเล่า ถึงเวลาเขาก็มา “ให้บริการ” การสอนพอให้หมด “หน้าที่” (และเขาจำกัด กรอบหน้าที่ของเขาให้แคบมากที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้)
๑๔. ท้ายที่สุด ในสายตาของคน “แย่ๆ” เหล่านี้ นักศึกษา จึงถูกลอยแพและเป็นเพียง “instrument” แห่งการ “ดำเนินชีวิตประจำวัน” ของเขาเท่านั้น ไม่มีความหมายมากไปกว่านั้น
รัฐประหาร พันธมิตรฯ และปลากระป๋อง
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13821
ผ่านมา 2 ปี ความเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐประหารอีกได้สูงขึ้น สูงมากกว่าโอกาสที่จะเกิดสึนามิอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้รัฐประหารครั้งล่าสุดที่อ้างว่า ก่อการเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมจะผ่านมา 2 ปีแล้ว ความแตกแยกทางการเมืองของไทยก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแต่อย่างใด แถมกลับทวีขึ้น และในขณะเดียวกัน ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งก็ยังคาดหวังว่า ควรจะมี “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเมือง
ด้านกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ (โพสต์ทูเดย์ 16 ก.ย.) ซึ่งข้อ 4 มีข้อความว่า “เราไม่ต้องการการรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง” นั่นน่าจะหมายความว่า พวกเขาคงไม่มีปัญหากับ “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีกสักรอบกระมัง เพราะพูดตรงๆ ทุกคนก็คงทราบว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยออกมาต่อต้านรัฐประหาร 19 ก.ย. เลย ส่วนกลุ่มที่เรียกว่า นักวิชาการหรือปัญญาชน แนวสายกลาง ที่ยอมรับการแต่งตั้งจากทหาร เพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างเช่น รศ.สุริชัย หวันแก้ว แห่งรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือ โคทม อารียา แห่งมหิดล ก็ยังปฎิบัติกิจประจำวันใช้ชีวิตอย่างปกติ ในขณะที่สังคมไทย ก็ยังติดยึดกับการอยากเห็น “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อย่างซ้ำซาก
รศ.สุริชัย นั้นมาระยะหลัง ได้มีบทบาทแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ้านเมืองมากขึ้นผ่านสถานีทีวี “สาธารณะ” ไทยพีบีเอส ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยกฎหมายที่ผ่านโดย สนช. ที่ได้รับการแต่งตั้งจากทหาร
ผู้เขียนคิดว่า ปัญญาชนสองท่านนี้ ควรจะกรุณาสละเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อเขียนบทความหรือหนังสือทบทวนบทบาทของปัญญาชนไทยหลายคน ที่มีบทบาทในการค้ำยันระบอบทหาร และวัฎจักรรัฐประหาร ให้ยืนยงถึงทุกวันนี้ หลายคนคงยังจำได้ว่า มรดกจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. นั้น รวมถึงการทำกฎหมายความมั่นคงภายใน ให้มีความชอบธรรมทางนิติศาสตร์ รวมถึง การเพิ่มงบประมาณกลาโหม อย่างมหาศาลที่เขียนกำกับไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับทหาร 2550
2 ปีผ่านไป บทบาททางการเมืองของทหาร ยิ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้น ดูได้จากคำถาม ที่นักข่าวมักชอบยิงไปที่ตัว ผบ.ทบ. คือพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ก็มักวนเวียนอยู่กับเรื่องว่า ทหารคิดอย่างไรต่อเรื่องการเมือง เช่น “ท่านค่ะ ใครควรจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ค่ะ”
“ท่านครับ ท่านคิดอย่างไรต่อรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ครับ”
“ท่านค่ะ จะมีรัฐประหารอีกไหมค่ะ”
หนักไปกว่านั้น ถึงแม้อิทธิพลของทหารต่อการเมือง จะแผ่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้นำกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็คงยังไม่พอใจ จึงได้ให้สัมภาษณ์ แก่สื่อต่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ว่า มิติหนึ่งของ “การเมืองใหม่” ของพันธมิตรฯ นั้นก็คือ ข้อเสนอว่า การแต่งตั้ง โยกย้าย ทหารระดับสูง ควรจะขึ้นกับสภากลาโหม และให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าหรือไม่โปรดเกล้า และทหาร ไม่ควรขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหมหรือรัฐบาล แต่ควรขึ้นกับสถาบันกษัตริย์
เรื่องนี้แค่นึกก็น่าหวาดวิตกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองไทย
ในเมื่อสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ผู้เขียนคิดว่า น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่สังคมจะตั้งคำถามอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าทำไมผู้คนถึงเสพติด กับระบอบทหาร และรัฐประหารอย่างงอมแงม
เมื่อไม่นานมานี้ กระบอกเสียงของกลุ่มพันธมิตรฯ คนหนึ่งได้โจมตีบรรดา “นักวิชาการเฮงซวย” (ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์) เปรียบว่า นักวิชาการที่ออกมาวิจารณ์พันธมิตรฯ เหล่านี้ มีมุมมองต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างแข็งทื่อ ประหนึ่ง เหมือนผู้ที่รู้จักแต่การเปิด และกินปลากระป๋อง โดยไม่รู้จัก ดัดแปลงให้เป็นยำปลากระป๋อง
แต่เรื่องนี้กลับทำให้ผู้เขียน นึกถึงกลุ่มพันธมิตรฯ และปลากระป๋องมากกว่า เพราะดูเหมือน คนในกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อย ยังอยากจะเห็น “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีกรอบ เพราะว่ามันเป็นทางออกที่ "ด่วนแดก ทันใจ" ไม่ต้องรอไปนั่งแลกเปลี่ยน ถกเถียงความเห็นทางการเมือง กับคนส่วนมากให้เสียเวลา
พวกเขายังคงเชื่อว่า หากมีรัฐประหารดีๆ อีกสักครั้ง เมืองไทย อาจจะกลายเป็นสังคมประชาธิปไตย ที่ยุติธรรม ไร้คอร์รัปชั่นได้ทันทีทันใด เร็วกว่าเวลาที่ต้องใช้ ในการเปิดปลากระป๋องเสียอีก
โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์
ผ่านมา 2 ปี ความเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐประหารอีกได้สูงขึ้น สูงมากกว่าโอกาสที่จะเกิดสึนามิอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้รัฐประหารครั้งล่าสุดที่อ้างว่า ก่อการเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมจะผ่านมา 2 ปีแล้ว ความแตกแยกทางการเมืองของไทยก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแต่อย่างใด แถมกลับทวีขึ้น และในขณะเดียวกัน ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งก็ยังคาดหวังว่า ควรจะมี “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีก เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเมือง
ด้านกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อ (โพสต์ทูเดย์ 16 ก.ย.) ซึ่งข้อ 4 มีข้อความว่า “เราไม่ต้องการการรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง” นั่นน่าจะหมายความว่า พวกเขาคงไม่มีปัญหากับ “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีกสักรอบกระมัง เพราะพูดตรงๆ ทุกคนก็คงทราบว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เคยออกมาต่อต้านรัฐประหาร 19 ก.ย. เลย ส่วนกลุ่มที่เรียกว่า นักวิชาการหรือปัญญาชน แนวสายกลาง ที่ยอมรับการแต่งตั้งจากทหาร เพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างเช่น รศ.สุริชัย หวันแก้ว แห่งรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หรือ โคทม อารียา แห่งมหิดล ก็ยังปฎิบัติกิจประจำวันใช้ชีวิตอย่างปกติ ในขณะที่สังคมไทย ก็ยังติดยึดกับการอยากเห็น “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อย่างซ้ำซาก
รศ.สุริชัย นั้นมาระยะหลัง ได้มีบทบาทแสดงความเห็นเกี่ยวกับบ้านเมืองมากขึ้นผ่านสถานีทีวี “สาธารณะ” ไทยพีบีเอส ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยกฎหมายที่ผ่านโดย สนช. ที่ได้รับการแต่งตั้งจากทหาร
ผู้เขียนคิดว่า ปัญญาชนสองท่านนี้ ควรจะกรุณาสละเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อเขียนบทความหรือหนังสือทบทวนบทบาทของปัญญาชนไทยหลายคน ที่มีบทบาทในการค้ำยันระบอบทหาร และวัฎจักรรัฐประหาร ให้ยืนยงถึงทุกวันนี้ หลายคนคงยังจำได้ว่า มรดกจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. นั้น รวมถึงการทำกฎหมายความมั่นคงภายใน ให้มีความชอบธรรมทางนิติศาสตร์ รวมถึง การเพิ่มงบประมาณกลาโหม อย่างมหาศาลที่เขียนกำกับไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับทหาร 2550
2 ปีผ่านไป บทบาททางการเมืองของทหาร ยิ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้น ดูได้จากคำถาม ที่นักข่าวมักชอบยิงไปที่ตัว ผบ.ทบ. คือพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ก็มักวนเวียนอยู่กับเรื่องว่า ทหารคิดอย่างไรต่อเรื่องการเมือง เช่น “ท่านค่ะ ใครควรจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ค่ะ”
“ท่านครับ ท่านคิดอย่างไรต่อรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ครับ”
“ท่านค่ะ จะมีรัฐประหารอีกไหมค่ะ”
หนักไปกว่านั้น ถึงแม้อิทธิพลของทหารต่อการเมือง จะแผ่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้นำกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็คงยังไม่พอใจ จึงได้ให้สัมภาษณ์ แก่สื่อต่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ว่า มิติหนึ่งของ “การเมืองใหม่” ของพันธมิตรฯ นั้นก็คือ ข้อเสนอว่า การแต่งตั้ง โยกย้าย ทหารระดับสูง ควรจะขึ้นกับสภากลาโหม และให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าหรือไม่โปรดเกล้า และทหาร ไม่ควรขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหมหรือรัฐบาล แต่ควรขึ้นกับสถาบันกษัตริย์
เรื่องนี้แค่นึกก็น่าหวาดวิตกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองไทย
ในเมื่อสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ผู้เขียนคิดว่า น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่สังคมจะตั้งคำถามอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าทำไมผู้คนถึงเสพติด กับระบอบทหาร และรัฐประหารอย่างงอมแงม
เมื่อไม่นานมานี้ กระบอกเสียงของกลุ่มพันธมิตรฯ คนหนึ่งได้โจมตีบรรดา “นักวิชาการเฮงซวย” (ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์) เปรียบว่า นักวิชาการที่ออกมาวิจารณ์พันธมิตรฯ เหล่านี้ มีมุมมองต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างแข็งทื่อ ประหนึ่ง เหมือนผู้ที่รู้จักแต่การเปิด และกินปลากระป๋อง โดยไม่รู้จัก ดัดแปลงให้เป็นยำปลากระป๋อง
แต่เรื่องนี้กลับทำให้ผู้เขียน นึกถึงกลุ่มพันธมิตรฯ และปลากระป๋องมากกว่า เพราะดูเหมือน คนในกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อย ยังอยากจะเห็น “รัฐประหารเพื่อประชาชน” อีกรอบ เพราะว่ามันเป็นทางออกที่ "ด่วนแดก ทันใจ" ไม่ต้องรอไปนั่งแลกเปลี่ยน ถกเถียงความเห็นทางการเมือง กับคนส่วนมากให้เสียเวลา
พวกเขายังคงเชื่อว่า หากมีรัฐประหารดีๆ อีกสักครั้ง เมืองไทย อาจจะกลายเป็นสังคมประชาธิปไตย ที่ยุติธรรม ไร้คอร์รัปชั่นได้ทันทีทันใด เร็วกว่าเวลาที่ต้องใช้ ในการเปิดปลากระป๋องเสียอีก
โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์
“เมลามีน”
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13815
พิษภัยจากสาร “เมลามีน”
ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.
จากกรณีข่าวการปนเปื้อนของสารเมลามีนในนมที่ประเทศจีน ที่เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต 4 ราย มีเด็กล้มป่วยกว่า 60,000 คน อีก 150 รายเกิดอาการไตวาย และเริ่มลุกลามไปยังหลายประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนจนต้องเร่งตรวจสอบสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์นมผงและสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ขณะที่ด้านนักวิชาการก็ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับสารเมลามีน เพื่อช่วยให้ประชาชนรับทราบถึงอันตราย และป้องเองกันตัวเองได้มากขึ้น
นายปิยวิทย์ คุ้มพงษ์ นักวิจัยกลุ่มเทคโนโลยีฟิล์มพลาสติกศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า เมลามีน เป็นสารที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก เมื่อทำปฏิกิริยากับสารฟอร์มาลดีไฮด์ นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติกทนความร้อนพวก จาน ชามเมลามีน เป็นต้น โดยสาเหตุที่มีการลักลอบใส่ลงในนมผงเนื่องจากคุณสมบัติของเมลามีนที่เป็นผงสีขาว มีสูตรโครงสร้างทางเคมี C3H6 N6 (1,3,5 -Triazine -2,4,6 -Triamine) เมื่อนำมาละลายน้ำจะละลายน้ำได้น้อย มีลักษณะเป็นคอลลอยด์เช่นเดียวกับน้ำนมสดมาก นอกจากลักษณะทางกายภาพที่เหมือนกับนมผงมากจนแทบแยกไม่ออกแล้วแล้ว เมลามีนบริสุทธิ์ยังมีองค์ประกอบของไนโตรเจนสูงมาก 66.67 % คิดเป็นปริมาณโปรตีนได้ 416.66 %
ดังนั้น เมื่อนำเมลามีนมาผสมในน้ำนม หรือนมผงก็ทำให้ผลการตรวจพบเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนสูงขึ้นด้วย จึงทำให้เข้าใจผิดได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจนั้นมีโปรตีนสูง คุณภาพดีได้มาตรฐานด้วย ทั้งนี้เพราะการตรวจหาปริมาณโปรตีนในนมผงปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่จะทำทางอ้อม ด้วยการตรวจหาปริมาณไนโตรเจนแทน เนื่องจากโปรตีน มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกัน ขณะที่ วิธีวิเคราะห์ไนโตรเจนทางเคมีโดยทั่วไป ก็ยังบอกได้แค่ว่า มีไนโตรเจนเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่า เป็นไนโตรเจนจากสารอะไร จึงต้องใช้วิธีตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะต่อไป
“พิษภัยของสารเมลามีน หากสูดดม หรือสัมผัสที่ผิวหนัง อาจมีผลให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ แต่เมื่อกินเข้าไป ก็จะทำให้เกิดการสะสม เพราะร่างกายคนเรา ไม่สามารถย่อยเมลามีนได้ กลายเป็น นิ่วในท่อปัสสาวะ และไต ทำให้ไตวาย หรือเกิดมะเร็ง ที่ท่อปัสสาวะ ซึ่งหากรักษาไม่ทันการณ์ก็จะเสียชีวิตในที่สุด”
สำหรับการตรวจสอบหาการปนเปื้อนของสารเมลามีนนั้น นายก้องเกียรติ คงสุวรรณ นักวิจัยกลุ่มวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า โดยทั่วไป นมวัวไม่ได้มีเมลามีนเป็นองค์ประกอบ หรือเป็นส่วนที่อยู่ในกระบวนการผลิตนมผง จึงไม่ได้มีการตรวจหาเมลามีนในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามปกติ ซึ่งการตรวจหาสารปนเปื้อนเมลามีนในน้ำนมนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการ แยกองค์ประกอบของสารที่เรียกว่า ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ลิควิดโครมาโตกราฟี (high performance liquid chromatography : HPLC) ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืออาจใช้วิธี สเปกโตรสโคปี (spectroscopy) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที
อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้นำเข้านมผงจากประเทศจีนโดยตรง แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการลักลอบนำเข้ามาบ้างหรือเปล่า อีกทั้งปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ ที่ต้องใช้นมผงเป็นส่วนผสม จึงคิดว่าควรมีการสุ่มตรวจหาสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลายๆ ชนิด เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และมีความปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
พิษภัยจากสาร “เมลามีน”
ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.
จากกรณีข่าวการปนเปื้อนของสารเมลามีนในนมที่ประเทศจีน ที่เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต 4 ราย มีเด็กล้มป่วยกว่า 60,000 คน อีก 150 รายเกิดอาการไตวาย และเริ่มลุกลามไปยังหลายประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนจนต้องเร่งตรวจสอบสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์นมผงและสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ขณะที่ด้านนักวิชาการก็ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับสารเมลามีน เพื่อช่วยให้ประชาชนรับทราบถึงอันตราย และป้องเองกันตัวเองได้มากขึ้น
นายปิยวิทย์ คุ้มพงษ์ นักวิจัยกลุ่มเทคโนโลยีฟิล์มพลาสติกศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า เมลามีน เป็นสารที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก เมื่อทำปฏิกิริยากับสารฟอร์มาลดีไฮด์ นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติกทนความร้อนพวก จาน ชามเมลามีน เป็นต้น โดยสาเหตุที่มีการลักลอบใส่ลงในนมผงเนื่องจากคุณสมบัติของเมลามีนที่เป็นผงสีขาว มีสูตรโครงสร้างทางเคมี C3H6 N6 (1,3,5 -Triazine -2,4,6 -Triamine) เมื่อนำมาละลายน้ำจะละลายน้ำได้น้อย มีลักษณะเป็นคอลลอยด์เช่นเดียวกับน้ำนมสดมาก นอกจากลักษณะทางกายภาพที่เหมือนกับนมผงมากจนแทบแยกไม่ออกแล้วแล้ว เมลามีนบริสุทธิ์ยังมีองค์ประกอบของไนโตรเจนสูงมาก 66.67 % คิดเป็นปริมาณโปรตีนได้ 416.66 %
ดังนั้น เมื่อนำเมลามีนมาผสมในน้ำนม หรือนมผงก็ทำให้ผลการตรวจพบเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนสูงขึ้นด้วย จึงทำให้เข้าใจผิดได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจนั้นมีโปรตีนสูง คุณภาพดีได้มาตรฐานด้วย ทั้งนี้เพราะการตรวจหาปริมาณโปรตีนในนมผงปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่จะทำทางอ้อม ด้วยการตรวจหาปริมาณไนโตรเจนแทน เนื่องจากโปรตีน มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกัน ขณะที่ วิธีวิเคราะห์ไนโตรเจนทางเคมีโดยทั่วไป ก็ยังบอกได้แค่ว่า มีไนโตรเจนเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่า เป็นไนโตรเจนจากสารอะไร จึงต้องใช้วิธีตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะต่อไป
“พิษภัยของสารเมลามีน หากสูดดม หรือสัมผัสที่ผิวหนัง อาจมีผลให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ แต่เมื่อกินเข้าไป ก็จะทำให้เกิดการสะสม เพราะร่างกายคนเรา ไม่สามารถย่อยเมลามีนได้ กลายเป็น นิ่วในท่อปัสสาวะ และไต ทำให้ไตวาย หรือเกิดมะเร็ง ที่ท่อปัสสาวะ ซึ่งหากรักษาไม่ทันการณ์ก็จะเสียชีวิตในที่สุด”
สำหรับการตรวจสอบหาการปนเปื้อนของสารเมลามีนนั้น นายก้องเกียรติ คงสุวรรณ นักวิจัยกลุ่มวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า โดยทั่วไป นมวัวไม่ได้มีเมลามีนเป็นองค์ประกอบ หรือเป็นส่วนที่อยู่ในกระบวนการผลิตนมผง จึงไม่ได้มีการตรวจหาเมลามีนในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามปกติ ซึ่งการตรวจหาสารปนเปื้อนเมลามีนในน้ำนมนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการ แยกองค์ประกอบของสารที่เรียกว่า ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ลิควิดโครมาโตกราฟี (high performance liquid chromatography : HPLC) ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืออาจใช้วิธี สเปกโตรสโคปี (spectroscopy) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที
อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้นำเข้านมผงจากประเทศจีนโดยตรง แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการลักลอบนำเข้ามาบ้างหรือเปล่า อีกทั้งปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ ที่ต้องใช้นมผงเป็นส่วนผสม จึงคิดว่าควรมีการสุ่มตรวจหาสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลายๆ ชนิด เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และมีความปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551
อายเขามั๊ยล่ะ
วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 11:15:09 น. มติชนออนไลน์
"สมพงษ์"แจงรมต.ที่ประชุมยูเอ็น เหตุยึดทำเนียบ อาเซียนพอใจไทย-เขมรคืบเขาพระวิหาร
ผู้สื่อข่าว"มติชน"รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือในช่วงเช้าของไทยว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ หลังเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ และนำรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน หารือกับนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ว่า ไม่มีประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใด ตั้งคำถามถึงความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียน แต่มีรัฐมนตรีบางคน ถามถึงเหตุชุมนุมประท้วงที่มีอยู่ ซึ่งตนได้เล่าให้ฟังถือเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าการดำเนินชีวิตของผู้คนก็ยังเป็นไปตามเดิม การประกาศภาวะฉุกเฉินก็ยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นเหตุการณ์ต่างๆ จึงเป็นไปตามปกติ
นายสมพงษ์กล่าวด้วยว่า ตนได้แจ้งก่อนการประชุมว่าในตอนแรกตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้เยี่ยมคาราวะและพูดคุยทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอื่นๆ แต่หลังจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยกำหนดว่าถ้าไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะทำงานซึ่งมีผลผูกพันใดๆ ไม่ได้ เลยไม่มีโอกาสได้พูดคุยอย่างที่ตั้งใจจึงต้องขออภัย โดยยืนยันว่าจะมีโอกาสได้พบกันหลังการแถลงนโยบายซึ่งสมาชิกอาเซียนก็เข้าใจ
นายสมพงษ์ยังกล่าวถึงการชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการว่า ได้มีการรายงานให้อาเซียนทราบถึงการพบกันทั้งสองครั้งระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย-กัมพูชา ซึ่งสองฝ่ายได้ตกลงปรับลดกำลังทหารในพื้นที่ลงเหลือแค่ฝ่ายละ 30 คนแล้ว และจะพยายามหาทางลดจำนวนลงไปอีก นอกจากนี้ได้ตกลงกันว่าในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศครั้งต่อไปจะมีการหารือกันในเรื่องต่างๆ ทางกัมพูชาอยากให้หยิบยกเรื่องปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควายขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งคงต้องเตรียมตัวหารือในช่วงที่นายกรัฐมนตรีกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชาในราววันที่ 13 กันยายนนี้
"พอเราแจ้งว่าสองฝ่ายทำความเข้าใจกันแล้วว่าจะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อาเซียนก็พอใจ ไม่มีการเผชิญหน้ากัน และไม่มีใครให้คำแนะนำอะไร เพราะเป็นการรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบเท่านั้น"นายสมพงษ์กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่า เลขาธิการยูเอ็นยังได้แจ้งระหว่างการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ได้รับรายงานเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา และอยากให้ทั้งสองประเทศพูดจากันในลักษณะทวิภาคี ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกัน
"สมพงษ์"แจงรมต.ที่ประชุมยูเอ็น เหตุยึดทำเนียบ อาเซียนพอใจไทย-เขมรคืบเขาพระวิหาร
ผู้สื่อข่าว"มติชน"รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) หรือในช่วงเช้าของไทยว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ หลังเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ และนำรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน หารือกับนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ว่า ไม่มีประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใด ตั้งคำถามถึงความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียน แต่มีรัฐมนตรีบางคน ถามถึงเหตุชุมนุมประท้วงที่มีอยู่ ซึ่งตนได้เล่าให้ฟังถือเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าการดำเนินชีวิตของผู้คนก็ยังเป็นไปตามเดิม การประกาศภาวะฉุกเฉินก็ยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นเหตุการณ์ต่างๆ จึงเป็นไปตามปกติ
นายสมพงษ์กล่าวด้วยว่า ตนได้แจ้งก่อนการประชุมว่าในตอนแรกตั้งใจที่จะใช้โอกาสนี้เยี่ยมคาราวะและพูดคุยทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอื่นๆ แต่หลังจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยกำหนดว่าถ้าไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะทำงานซึ่งมีผลผูกพันใดๆ ไม่ได้ เลยไม่มีโอกาสได้พูดคุยอย่างที่ตั้งใจจึงต้องขออภัย โดยยืนยันว่าจะมีโอกาสได้พบกันหลังการแถลงนโยบายซึ่งสมาชิกอาเซียนก็เข้าใจ
นายสมพงษ์ยังกล่าวถึงการชี้แจงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาต่อที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการว่า ได้มีการรายงานให้อาเซียนทราบถึงการพบกันทั้งสองครั้งระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย-กัมพูชา ซึ่งสองฝ่ายได้ตกลงปรับลดกำลังทหารในพื้นที่ลงเหลือแค่ฝ่ายละ 30 คนแล้ว และจะพยายามหาทางลดจำนวนลงไปอีก นอกจากนี้ได้ตกลงกันว่าในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศครั้งต่อไปจะมีการหารือกันในเรื่องต่างๆ ทางกัมพูชาอยากให้หยิบยกเรื่องปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควายขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งคงต้องเตรียมตัวหารือในช่วงที่นายกรัฐมนตรีกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชาในราววันที่ 13 กันยายนนี้
"พอเราแจ้งว่าสองฝ่ายทำความเข้าใจกันแล้วว่าจะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อาเซียนก็พอใจ ไม่มีการเผชิญหน้ากัน และไม่มีใครให้คำแนะนำอะไร เพราะเป็นการรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบเท่านั้น"นายสมพงษ์กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่า เลขาธิการยูเอ็นยังได้แจ้งระหว่างการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ได้รับรายงานเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา และอยากให้ทั้งสองประเทศพูดจากันในลักษณะทวิภาคี ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งก็เป็นที่เข้าใจกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
