วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

“เมลามีน”

http://www.prachatai.com/05web/th/home/13815
พิษภัยจากสาร “เมลามีน”
ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช.

จากกรณีข่าวการปนเปื้อนของสารเมลามีนในนมที่ประเทศจีน ที่เป็นเหตุให้เด็กเสียชีวิต 4 ราย มีเด็กล้มป่วยกว่า 60,000 คน อีก 150 รายเกิดอาการไตวาย และเริ่มลุกลามไปยังหลายประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนจนต้องเร่งตรวจสอบสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์นมผงและสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ขณะที่ด้านนักวิชาการก็ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับสารเมลามีน เพื่อช่วยให้ประชาชนรับทราบถึงอันตราย และป้องเองกันตัวเองได้มากขึ้น

นายปิยวิทย์ คุ้มพงษ์ นักวิจัยกลุ่มเทคโนโลยีฟิล์มพลาสติกศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า เมลามีน เป็นสารที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก เมื่อทำปฏิกิริยากับสารฟอร์มาลดีไฮด์ นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติกทนความร้อนพวก จาน ชามเมลามีน เป็นต้น โดยสาเหตุที่มีการลักลอบใส่ลงในนมผงเนื่องจากคุณสมบัติของเมลามีนที่เป็นผงสีขาว มีสูตรโครงสร้างทางเคมี C3H6 N6 (1,3,5 -Triazine -2,4,6 -Triamine) เมื่อนำมาละลายน้ำจะละลายน้ำได้น้อย มีลักษณะเป็นคอลลอยด์เช่นเดียวกับน้ำนมสดมาก นอกจากลักษณะทางกายภาพที่เหมือนกับนมผงมากจนแทบแยกไม่ออกแล้วแล้ว เมลามีนบริสุทธิ์ยังมีองค์ประกอบของไนโตรเจนสูงมาก 66.67 % คิดเป็นปริมาณโปรตีนได้ 416.66 %

ดังนั้น เมื่อนำเมลามีนมาผสมในน้ำนม หรือนมผงก็ทำให้ผลการตรวจพบเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนสูงขึ้นด้วย จึงทำให้เข้าใจผิดได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจนั้นมีโปรตีนสูง คุณภาพดีได้มาตรฐานด้วย ทั้งนี้เพราะการตรวจหาปริมาณโปรตีนในนมผงปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำได้โดยตรง แต่จะทำทางอ้อม ด้วยการตรวจหาปริมาณไนโตรเจนแทน เนื่องจากโปรตีน มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกัน ขณะที่ วิธีวิเคราะห์ไนโตรเจนทางเคมีโดยทั่วไป ก็ยังบอกได้แค่ว่า มีไนโตรเจนเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่า เป็นไนโตรเจนจากสารอะไร จึงต้องใช้วิธีตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะต่อไป

“พิษภัยของสารเมลามีน หากสูดดม หรือสัมผัสที่ผิวหนัง อาจมีผลให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ แต่เมื่อกินเข้าไป ก็จะทำให้เกิดการสะสม เพราะร่างกายคนเรา ไม่สามารถย่อยเมลามีนได้ กลายเป็น นิ่วในท่อปัสสาวะ และไต ทำให้ไตวาย หรือเกิดมะเร็ง ที่ท่อปัสสาวะ ซึ่งหากรักษาไม่ทันการณ์ก็จะเสียชีวิตในที่สุด”

สำหรับการตรวจสอบหาการปนเปื้อนของสารเมลามีนนั้น นายก้องเกียรติ คงสุวรรณ นักวิจัยกลุ่มวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อมศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า โดยทั่วไป นมวัวไม่ได้มีเมลามีนเป็นองค์ประกอบ หรือเป็นส่วนที่อยู่ในกระบวนการผลิตนมผง จึงไม่ได้มีการตรวจหาเมลามีนในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามปกติ ซึ่งการตรวจหาสารปนเปื้อนเมลามีนในน้ำนมนั้น สามารถทำได้ด้วยวิธีการ แยกองค์ประกอบของสารที่เรียกว่า ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ลิควิดโครมาโตกราฟี (high performance liquid chromatography : HPLC) ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืออาจใช้วิธี สเปกโตรสโคปี (spectroscopy) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที

อย่างไรก็ดี แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้นำเข้านมผงจากประเทศจีนโดยตรง แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการลักลอบนำเข้ามาบ้างหรือเปล่า อีกทั้งปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ ที่ต้องใช้นมผงเป็นส่วนผสม จึงคิดว่าควรมีการสุ่มตรวจหาสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลายๆ ชนิด เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ และมีความปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้มากยิ่งขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ไม่มีความคิดเห็น: