วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

ศาลผู้บริโภคออกฤทธิ์

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551
โพสต์ทูเดย์ — ชมรมลูกหนี้ บัตรเครดิตเตือน ธนาคารสบช่องทางศาลผู้บริโภค แห่ฟ้องลูกหนี้บังคับคดี

นายไพโรจน์ โภคสุพัฒน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 บังคับใช้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2551 ได้มีการตั้งศาลผู้บริโภคขึ้น ทำให้สถาบันการเงินใช้เป็นช่องทางในการยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มากขึ้น
นายไพโรจน์ กล่าวว่า หากสถาบันการเงินที่ไม่สามารถตกลงกับลูกหนี้ค้างชำระได้ ก็จะส่งฟ้องศาลผู้บริโภคทันที เนื่องจากใช้เวลาตัดสินเพียง 1 เดือน จากเดิม ขั้นตอนปกติในคดีแพ่ง ซึ่งใช้เวลา 6-12 เดือน ถึงจะมีการนัดสอบปากคำสืบพยาน
“ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะไม่รู้ ขั้นตอนกฎหมายหากไม่ไปตามนัดของศาล จะถูกศาลตัดสินตามข้อร้องเรียนของสถาบันการเงิน ทำให้ต้องชำระหนี้เงินต้นบวกดอกเบี้ย ค่าปรับในอัตราที่สูง โดยไม่มีสิทธิคัดค้าน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกว่าถูกหมายบังคับคดีและถูกอายัดเงินมากขึ้น” นายไพโรจน์ กล่าว

ชมรมลูกหนี้บัตรเครดิตให้ คำแนะนำว่า หากลูกหนี้ถูกฟ้องจะต้องได้รับหมายศาล ควรรีบดูรายละเอียดในหมายศาลให้ดีว่าจะสู้อะไร ประเด็นใด หลังจากนั้นเร่งติดต่อผู้รู้ หรือทนาย เพื่อขอคำแนะนำ แต่งคำให้การสู้ทันที ที่สำคัญเมื่อถึงวันนัด ลูกหนี้ควรจะไป เพราะหากไม่ไปก็อาจจะเสียเปรียบ และถูกตัดสินตามที่ธนาคารฟ้องมา
ทั้งนี้ การตัดสินคดีตามวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จะต้องเป็นคดีที่ถูกฟ้องหลังวันที่ 25 ส.ค. 2551 และให้สังเกตมุมบนด้านซ้ายของหมายศาล ที่เคยมีคำว่า หมายเรียกคดีมโนสาเร่ จะเป็นคำว่า แบบ ผบ2 แทน ส่วนตรงหมายเลขดำที่จากเดิมที่เป็นคำว่า พ ซึ่งมาจากคำว่า แพ่ง ก็จะกลายเป็นคำว่า ผบ แทน

ไม่มีความคิดเห็น: