เป็นครั้งแรกที่สื่อหลักทั่วโลก มองวิกฤตการณ์ในประเทศไทยได้ถูกต้องตรงจุดที่สุด พวกเขาพากันรายงานเป็นเสียงเดียวกันว่า
กลุ่ม PAD นั้น ความจริงเป็นการรวมตัวของพวกฝ่ายขวา พวกกษัตริย์นิยม (Royalist) กลุ่ม NGO กลุ่มคลั่งศาสนาขวาจัด ชนชั้นสูงหัวอนุรักษ์นิยม ฯลฯ ที่กำลังเคลื่อนไหว เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นนักประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้างในชื่อแต่ประการใด แต่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนการปกครองของประเทศไทย ให้เป็นแบบอภิชนาธิปไตย (oligarchy) หรือการปกครองที่มีคนกลุ่มน้อย ที่มีอิทธิพลมากกว่าคนส่วนใหญ่ยึดครองอำนาจรัฐ กลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นสูง และผู้มีอิทธิพลทางการเมืองนอกระบบ ทำการก่อกวนการปกครองประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบการปกครองที่บริหารโดยพวกอภิสิทธิชนทั้งหลาย
ข้อเขียนและบทความที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยในสื่อต่าง ๆ ทั้ง BBC, CNN, AP, AFP, XIN HUA, The New York Time,The Guardian, Forbes, Wall Street Journal, Le Monde, Strait Times, South China Morning Post, People Daily ฯลฯ
วิเคราะห์เจาะลึกตรงกันเช่นนี้ทุกฉบับ นับเป็นการแสดงออกที่ไม่ได้นัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อข่าวที่นายกรัฐมนตรีไทยถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพราะไปประกอบอาหารให้ประชาชนชมทางรายการโทรทัศน์ถูกแพร่กระจายออกไป สื่อเหล่านี้ พากันเล่นข่าวบทวิจารณ์ของศาสตราจารย์ทางกฎหมายของมหาวิทยาลัย Yale อันทรงเกียรติของสหรัฐอเมริกาว่า เป็นเรื่องชวนหัวและน่าขบขันที่สุดครั้งหนึ่ง ในแวดวงนิติศาสตร์ของโลกกันอย่างพร้อมเพรียง และแอบถากถางสิ่งที่กำลังปรากฏในประเทศไทยว่า เป็นการกระทำที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าการรัฐประหารเสียอีก
ประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศแบบ Banana Republic สมญาของสาธารณรัฐ ที่มีสินค้าออกหลักเป็นกล้วยหอมของอเมริกาใต้ในอดีตหลายประเทศ ที่การเมืองการปกครองและระบบกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักการใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากการทำตามความต้องการของกลุ่มบุคคล ที่เป็นอำนาจมืดอยู่เบื้องหลังการเมืองของประเทศนั้น ๆ จะจัดการอย่างไรก็ได้
คำถามก็คือ ประเทศที่เคยได้ชื่อว่า มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจการเมืองสังคมแห่งหนึ่งในภูมิภาค เป็นประเทศผู้นำของสมาคมอาเซียนอันทรงอิทธิพลพอสมควรในสังคมโลก กลายเป็นที่หยามหยันของนานาอารยะประเทศครั้งนี้ได้อย่างไร ใครเสียหาย และประเทศอื่น ๆ จะคบค้าสมาคมกับประเทศไทยได้หรือ เมื่อระบบกฎหมายและการเมืองของประเทศนี้ ไม่ได้ใช้หลักการสากลขับเคลื่อน แล้วการลงทุน ความสัมพันธ์ การท่องเที่ยว การค้าระหว่างประเทศ จะเป็นอย่างไร
กรณีอิหร่านหลังยุคโคไมนี หรือกรณีอัฟกานิสถานยุคตาลีบัน เป็นตัวอย่างที่น่าพรั่นพรึงของโลกตะวันตก และพวกเขากำลังกังวลว่า ไทยอาจจะกลายเป็นเช่นนั้นต่อไป จากสถานการณ์ในวันนี้ขอเรียกร้องไปยังทุกคนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการผู้ก่อการร้ายทั้งหลาย ให้หันกลับมาดู สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยในเวทีโลกวันนี้ อย่างมีสติเสียที
ความจริงก็คือ กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่จัดตั้งขึ้นมานั้น ไม่ได้รับการยอมรับจากเวทีโลกอีกแล้วในวันนี้ การดันทุรังเพื่อเอาชนะ ทั้ง ๆ ที่กำลังพ่ายแพ้อย่างกว้างขวางไปทั่ว ทั้งในและนอกประเทศอย่างชัดเจน กับการตั้งสติใหม่ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมนั้น อย่างไหนสมควรทำกว่ากัน อย่าดื้อดึงเหมือนอย่างที่ผู้นำผู้ตกเวทีโลกไปแล้ว เคยกระทำเลย เพราะโลกวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว จงยอมรับโลกาภิวัฒน์ เพราะมันทำให้โลกไร้พรมแดนไปแล้ว การกระทำที่ต่อเนื่องกันมาตลอดสองสามปีที่ผ่านมานี้ ไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงได้หรอก โลกนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
http://thaienews.blogspot.com/
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น